รีวิวครีมกันแดดทาตัวที่บางเบาที่สุด 2018


ลงไปซื้อกาแฟที่ตลาดข้างออฟฟิศแค่แป๊ปเดียว เข้าออฟฟิศมาอีกทีผิวที่แขนก็กลายเป็นสองสีเหมือนกาแฟลาเต้ที่เพิ่งซื้อมาไปซะแล้วจ้ะ ทั้งที่ทากันแดดแล้วนะเนี่ย แบบนี้แสดงว่าครีมกันแดดตัวเดิมที่ใช้คงจะไม่เวิร์คซะแล้ว ด้วยความแรงของแดดประเทศไทยที่ใครก็รู้ว่าไม่เคยมาเล่นๆ การปกป้องพร้อมการบำรุงถึงจะดีกว่า เตรียมบอกลาผิวสองสีแบบกาแฟลาเต้ได้เลย ถ้าถามว่าครีมกันแดดทาตัวยี่ห้อไหนใช้ดีและต้องปกป้องพร้อมบำรุงได้ด้วยในตัวเดียวกัน? วันนี้ ladyissue มีรีวิวครีมกันแดดทาตัว ตัวใหม่ล่าสุดจาก NIVEA Sun มาแนะนำให้สาวๆ กันด้วย สำหรับสาวออฟฟิศที่ต้องเจอแดดช่วงพักเที่ยงในทุกๆ วันนั้น บอกเลยว่าถูกใจแน่นอนค่ะ “นีเวีย ซัน เดลี่ โพรเท็ค ไวท์เทนนิ่ง ซัน บอดี้ เซรั่ม SPF 50 PA+++” เซรั่มกันแดดเนื้อบางเบา ไม่เหนอะผิว ที่มาพร้อมคุณสมบัติปกป้องและฟื้นบำรุงในหนึ่งเดียว ช่วยบำรุงให้ผิวคล้ำเสียกลับมาดูสม่ำเสมอ และกระจ่างใสขึ้นเท่าๆ กับผิวที่อยู่ในร่มผ้า พร้อมทำหน้าที่เป็นเสื้อกันแดดล่องหนในทุกวัน ช่วยปกป้องได้ลึกถึงระดับคอลลาเจนด้วย SPF 50 PA+++ ที่ปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB ไม่ให้แดดทำร้ายให้กลับมาคล้ำเสียอีก พร้อมบำรุงผิวด้วยสารสกัดจาก Acerola Cherry และวิตามินซีเข้มข้น ถึง 50 เท่า เพื่อการเคลียร์ผิวสองสีให้เนียนใสอย่างเร่งด่วน แต่ไร้สารเคมีที่ทำให้ผิวบาง เนื้อครีมเป็นเนื้อเซรั่มบางเบาสามารถใช้ได้ทุกวัน และทาซ้ำได้บ่อยตามที่ต้องการ ไม่รู้สึกเหนอะผิวแน่นอน แถมด้วยกลิ่นอ่อนๆ ฟีลลิ่งสะอาดสดชื่น ที่เหนือกว่านั้น คือเขามาพร้อมแอนตี้ โพลูชั่น คอมเพล็กซ์ ที่ทำหน้าที่เป็นเกราะนอกจากจะปกป้องผิวจากแสงแดดแล้วยังปกป้องผิวจากมลภาวะ ทั้งฝุ่น ทั้งควันรถ และอื่นๆ อีกมากมายที่เราเจอในเมืองทุกๆ วัน ให้ผิวเนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน และไม่คล้ำเสียจากมลภาวะได้อีกนอกเหนือจากการปกป้องจากแสงแดดเพียงอย่างเดียว และสำหรับสาวผิวแห้งที่ยังชอบความสบายผิวก็สามารถปกป้องผิวจากแดดแรงๆ แบบนี้ได้เหมือนกัน แต่เพราะแสงแดดก็เป็นอีกตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ทางเราขอแนะนำสูตรนี้เลยจ้า “นีเวีย ซัน เดลี่โพรเท็ค มอยส์เจอร์ ซัน บอดี้ เซรั่ม SPF 50 PA+++” เอาเป็นว่าแดดแรงๆ ของประเทศไทยแบบนี้ นอกจากผิวหน้าที่ต้องปกป้องแล้ว ผิวตัวก็อย่าละเลยนะคะสาวๆ ครีมกันแดดทาตัวของ NIVEA Sun เป็นอีกไอเท็มที่ต้องมีติดกระเป๋าเอาไว้ สำหรับ “นีเวีย ซัน เดลี่โพรเท็ค ไวท์เทนนิ่ง ซัน บอดี้ เซรั่ม SPF 50 PA+++” มีมาให้เลือก 2 ไซส์ด้วยกัน คือ 180 ML ราคา 290 บาท และไซส์พกพาเอาไว้ติดกระเป๋า ขนาด 70 ML ราคา 129 บาท (หาซื้อได้ที่ 7-11)


สิวที่ก้น จัดการได้ด้วย 6 วิธีง่ายๆ


ปัญหาเรื่องสิว เป็นปัญหาที่สาว ๆ มักไม่อยากพบเจออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะขึ้นตามบริเวณหน้า หรือบริเวณหลัง ซึ่งบางครั้งอาจจะลามไปถึงบริเวณก้นด้วย ยิ่งถ้าขึ้นบ่อย ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดแผลเป็นด้วย จะใส่บิกินี่ก็เต็มไปด้วยรอยด่างดำจากสิว ซึ่งปัญหาของการเกิดสิวบริเวณก้นนี้ มักจะเกิดจากความชื้น หรือความสกปรก รวมทั้งการล้างผงซักฟอกออกไม่หมด จึงขอแนะนำวิธีรักษาสิวที่ก้นดังต่อไปนี้ 1.สุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญ อย่างที่กล่าวไปแล้วในเบื้องต้นว่า การจะเกิดสิวที่ก้น ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากความชื้น และการหมักหมมของความสกปรก ยิ่งถ้าสาวคนไหนชอบเล่นกีฬา ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเกิดสิวมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจึงควรดูแลสุขอนามัยของตัวเองให้สะอาดอยู่เสมอ ควรใช้สบู่ที่สามารถฆ่าเชื้อหรือทำความสะอาดได้อย่างหมดจด เพื่อทำความสะอาดความมันส่วนเกิน และลดการเกิดสิว 2.ยาทาสิวก็ใช้ได้ หากเป็นสิวที่ก้น แล้วไม่รู้จะจัดการอย่างไร บอกเลยว่ายาทาสิวที่เอามาใช้สำหรับทาหน้า ก็สามารถเอามาทาบริเวณก้นได้เช่นกัน ยิ่งถ้าได้เลือกยาทาสิวที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิกหรือเบนโซอิล เปอร์ออกไซด์มาใช้ ก็ยิ่งจะทำให้สิวที่ก้นหายเร็วแบบไม่ทิ้งรอยด่างดำไว้ด้วย 3.สครับขัดผิว เพราะการอาบน้ำชำระล้างร่างกายเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการทำความสะอาดร่างกายได้ โดยเฉพาะบริเวณก้นที่หลาย ๆ คนมักจะมองข้ามไป เพราะฉะนั้นจึงควรหาเวลาสครับผิวด้วยเกลือหรือใช้กากกาแฟขัดผิว เพราะสูตรกากกาแฟขัดผิวนั้นจะช่วยดีท็อกซ์ผิวในตัวด้วยนั่นเอง โดยควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และห้ามลืมสครับบริเวณก้นโดยเด็ดขาด เพื่อชำระล้างคราบเหงื่อไคล และกำจัดเซลล์ผิวเก่าให้เรียบเนียน 4.เสื้อผ้าไม่ควรคับแน่นจนเกินไป หากรู้ตัวว่าเป็นคนที่เหงื่อชอบออกบริเวณบั้นท้ายหรือก้น ก็ควรเลือกผ้าโปร่งระบายอากาศได้ง่าย ๆ ในการสวมใส่ หรือควรเปลี่ยนชุดชั้นในบ่อย ๆ โดยชุดชั้นในไม่ควรรัดแน่นจนเกินไป เพราะนอกจากทำให้เกิดสิวแล้ว ยังทำให้เกิดรอยต่าง ๆ ที่เจ็บปวดและคันอีกด้วย นอกจากนี้ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ประจำเดือนมา ก็ยิ่งต้องดูแลความสะอาดมากขึ้น 5.รักษาด้วยวิธีทางธรรมชาติ เมื่อรู้ตัวว่าเป็นสิวบริเวณก้นแล้ว ก็ลองใช้วิธีรักษาสิวทางธรรมชาติด้วยการเอาแอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือน้ำมะนาวมาทาบริเวณก้นทิ้งไว้ก่อนอาบน้ำสัก 30 นาที หรือจะลองใช้น้ำมันมะพร้าวทาทิ้งไว้ก็ได้ เพราะทั้ง 3 อย่างนี้ สามรถกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 6.ไม่ทานอาหารที่อมน้ำมันหรือของทอด เพราะอาหารประเภทอมน้ำมัน และประเภททอด เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวตามร่างกาย ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ก้น และถ้าหากเป็นไปได้ ก็ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เป็นประจำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวตลอดเวลา และนี่คือวิธีกำจัดสิวที่ก้นแบบง่าย ๆ ที่สามารถเอาไปทำตามได้ไม่ยาก ใครที่ชอบไปเที่ยวทะเลแล้วเจอปัญหานี้อยู่ สามารถลองทำตามได้เลย รับรองว่าเห็นผลอย่างแน่นอน


เคล็ดลับกินอาหารรักษาสิว บอกลาสิวให้ไกลเพื่อผิวใสปิ๊ง


ผู้หญิงหลายคนไม่อยากมีปัญหาผิวหน้าด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะปัญหาสิว และหากมีสิวขึ้นหน้า เราก็พร้อมแล้วค่ะที่จะช่วยคุณสาวๆ รักษาสิวให้หายเร็วด้วยวิธีธรรมชาตินั่นก็คือ การกินอาหารรักษาสิวนั่นเอง แถมยังช่วยให้สุขภาพแข็งแรงไปพร้อมกันด้วย ไปดูกันนะคะว่าต้องกินยังไงบ้าง กินผักให้มากๆ โดยเฉพาะผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์และวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ หลายชนิด ผักใบเขียวนั้นล้วนมีคุณประโยชน์ต่อผิวอย่างมาก โดยจะช่วยในการต่อต้านสิว ลดริ้วรอย ลดการอักเสบของผิว และช่วยให้ผิวหนังทนทานต่อแดดได้มากขึ้น ดื่มน้ำเปล่าผสมน้ำมะนาว เปลี่ยนจากน้ำเปล่าธรรมดามาเป็นการบีบน้ำมะนาวเพิ่มเข้าไปบ้างสิคะ เพราะจะช่วยในการดีท็อกซ์สารพิษในร่างกาย ส่งผลดีต่อผิวพรรณ โดยเฉพาะกับตับที่จะคอยทำหน้าที่ในการขับล้างสารพิษออกไปจากร่างกาย ซึ่งหากระบบการทำงานภายในร่างกายเป็นไปด้วยดี ก็ย่อมส่งผลดีมายังร่างกายภายนอกด้วย แน่นอนค่ะว่าสิวก็จะลดลงและหายเร็ว กินไขมันโอเมก้า 3 การกินอาหารที่มีไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะการกินปลาสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง จะช่วยให้ร่างกายได้รับกรดไขมันที่มีประโยชน์ กรดชนิดนี้จะช่วยต้านการอักเสบ ช่วยบำรุงเซลล์ให้แข็งแรง บรรเทาอาการอักเสบของสิว และสามารถช่วยสร้างฮอร์โมนอารมณ์ดี จึงส่งผลทำให้ผิวพรรณผุดผ่องและสดใสเปล่งปลั่ง ปัญหาสิวก็จะลดลงเร็วนั่นเอง หากไม่สะดวกกินปลาจะหันมากินอาหารเสริมน้ำมันปลาแทนก็ได้ค่ะ ลดการกินของหวาน อาหารรสหวานหรือแม้แต่ขนมและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทุกชนิด เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะแปรสภาพกลายเป็นกรด ส่งผลทำให้เซลล์เกิดความอักเสบได้ง่ายและยังส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนได้อีกด้วย ยิ่งหากรสหวานมีปริมาณมากด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้อินซูลินหลั่งออกมามากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นฮอร์โมนชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะฮอร์โมนแห่งความเครียด และเมื่อเราเครียดก็จะยิ่งรู้สึกอยากกินแต่ของหวานๆ จนทำให้เกิดปัญหาสิวตามมา แถมสิวที่เป็นอยู่ก็จะยิ่งหายช้าด้วย ลดการกินแป้ง อาหารที่เป็นแป้งหรืออาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาล เมื่อร่างกายย่อยสลายแล้วจะยิ่งส่งผลทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แนะนำให้ลดการกินแป้งลงดีกว่า หรืออาจจะหันมากินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่างข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีมหรือธัญพืชแทนจะดีกว่า เพราะเป็นแป้งที่ย่อยสลายช้ากว่า และไม่มีผลกระทบต่อการเพิ่มของระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย อยากให้สิวหายเร็ว สาวๆ จากนี้ไปจะต้องกินอาหารรักษาสิวตามนี้นะคะ เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสิวได้ในแบบธรรมชาติแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย


แค่ล้างหน้าถูกวิธีก็ช่วยลดสิวอย่างได้ผล


การล้างหน้าเพื่อทำความสะอาดผิว จัดเป็นการดูแลผิวในขั้นตอนแรกของสาวๆ เลยก็ว่าได้ หากขั้นตอนนี้ทำได้ไม่ดีพอ หรือทำไม่ถูกวิธี โอกาสที่จะทำให้เกิดสิวนั้นง่ายมากๆ เพราะหลังจากการล้างหน้า สิ่งที่จะตามมาก็คือ การแต่งหน้า ซึ่งเครื่องสำอางที่ใช้ก็เยอะมากขึ้นอยู่ว่าแต่ละคนสะดวกแบบไหน วันนี้เราได้นำวิธีล้างหน้าที่ถูกวิธี เพื่อที่ไม่ทำให้ใบหน้าของสาวๆ เกิดสิวได้ง่ายมาฝาก และหากใครที่มีสิวอยู่บนใบหน้าอยู่แล้ว หากล้างหน้าได้ถูกวิธี โอกาสในการลดสิวก็มีมากขึ้นอีกด้วย สำหรับขั้นตอนของการล้างหน้าที่ถูกวิธีก็มีดังนี้ 1.ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด การจะล้างหน้าให้สะอาด น้ำที่ใช้ก็ย่อมต้องสะอาดด้วยเช่นกัน และที่สำคัญควรเป็นน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อน ไม่อุ่น และไม่เย็น เหตุผลที่สาวๆ ต้องใส่ใจเรื่องน้ำที่จะทำความสะอาดใบหน้า ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวแห้งหรือเกิดการระคายเคืองนั่นเอง เพราะน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องจะมีส่วนช่วยในการคงความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า และยังช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้ดีอีกด้วย 2.เลือกใช้โฟมล้างหน้าสูตรรักษาสิว สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องสิวอยู่ แนะนำให้เลือกใช้โฟมล้างหน้าสูตรรักษาสิวโดยเฉพาะ เพราะสูตรนี้จะมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการสิวที่กำลังอักเสบได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาสิวได้เร็วขึ้น ซึ่งการใช้โฟมล้างหน้าสูตรรักษาสิวดีกว่าโฟมล้างหน้าสูตรทั่วไปในกรณีที่สาวๆ กำลังเผชิญกับปัญหาสิวอยู่ 3.ควรล้างหน้าเบาๆ คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเคยล้างหน้าและถูหน้าแรงๆ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกออกไปได้หมดจด แต่พฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ ซึ่งหากใบหน้าของสาวๆ กำลังมีปัญหาเรื่องสิวอยู่ ก็จะยิ่งทำให้สิวอักเสบยิ่งขึ้น การรักษาก็จะยิ่งใช้เวลานาน ดังนั้นหันมาล้างหน้าให้ถูกวิธี โดยการล้างหน้าแต่เพียงเบาๆ ใช้ปลายนิ้วมือนวดหน้าอย่างเบามือ แค่นี้ก็ช่วยให้ใบหน้าสะอาดขึ้นได้แล้ว 4.ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ใครที่คิดว่าล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้ใบหน้าสะอาดมากขึ้น ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ เพราะจะทำให้สมดุลของผิวเปลี่ยนแปลงไป และยิ่งจะทำให้ผิวหน้าแห้งมากขึ้น เมื่อผิวแห้งมากๆ ก็จะผลิตน้ำมันออกมาแบบอัตโนมัติ ทำให้ใบหน้ามีปัญหาเรื่องผิวมัน เมื่อผิวมันก็จะทำให้เกิดปัญหาสิวได้ง่ายขึ้น อยากให้ผิวหน้าสวยใสไร้สิว เพียงล้างหน้าให้ถูกวิธีตามคำแนะนำจากนี้ รับรองเลยค่ะว่าสาวๆ จะมีหน้าใสไร้สิวมาเยือนแน่นอน


พอกันที 6 พฤติกรรมทำร้ายผิว เลิกซะถ้าไม่อยากหมดสวย


ไม่ว่าใครก็อยากมีผิวหน้าและมีผิวกายกระจ่างใส เปล่งปลั่งกันทั้งนั้น บางคนถึงขั้นไปหาซื้อเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงผิวราคาแพงๆ มาใช้ แต่ก็ยังไม่ได้ผลน่าพึงพอใจเท่าที่ควร บางคนถึงขั้นโทษดินฟ้าอากาศของประเทศไทย ที่ทำลายสภาพผิวแม้จะบำรุงแล้วก็ตาม ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหลายพฤติกรรมที่สามารถทำลายผิวเราได้โดยไม่รู้ตัวนอกจากปัจจัยภายนอกอื่น ๆ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง 1.สครับผิวบ่อย ถึงแม้ว่าการทำสครับผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าจนทำให้ผิวเรียบเนียนและเปล่งประกายสดใสมากยิ่งขึ้น แต่ก็ควรทำแค่ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น ไม่ใช่ทำทุกวันเช้าเย็น เพราะอาจจำให้ผิวหน้าและผิวกายบางลงจากเดิม เมื่อออกมาเจอสิ่งสกปรกก็อาจเกิดการระคายเคืองจนเป็นผื่นได้ 2.สมาร์ทโฟนสกปรก เป็นถึงอวัยวะชิ้นที่ 33 แต่กลับไม่ดูแลรักษาความสะอาด ปล่อยให้โทรศัพท์เป็นคราบมันและเลอะสิ่งสกปรกเต็มไปหมด เมื่อเอามาโดนผิว หรือสัมผัสกับใบหน้าของเราตอนพูดคุยโทรศัพท์ ก็จะทำให้เกิดความสกปรกตามไปด้วย 3.ชอบอาบน้ำอุ่น หลาย ๆ คนมักจะบอกว่า การอาบน้ำอุ่นทำให้เกิดการผ่อนคลายและสบายตัว ยิ่งถ้าช่วงหนาว ๆ และได้อาบน้ำอุ่นเปรียบได้กับการขึ้นสวรรค์เลย แต่รู้หรือไม่ว่าหากอาบบ่อย ๆ จะทำให้ผิวแห้งกร้าน ถึงขั้นลอกเป็นขุย และทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้อีกด้วย 4.ไม่เปลี่ยนเครื่องนอน ปัญหานี้มักจะเกิดกับสาว ๆ ที่ออกแนวซกมกหรือไม่ค่อยมีเวลา จนละเลยที่จะเปลี่ยนชุดเครื่องนอนที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค แบคทีเรีย และคราบน้ำลายบูดของเรา เมื่อเอาหน้าหรือตัวไปซุก ก็จะทำให้เกิดผื่นคันจากสิ่งสกปรก ยิ่งรายไหนมีอาการแพ้มาก ๆ อาจถึงขั้นต้องไปพบแพทย์กันเลยทีเดียว 5.ล้างหน้าไม่สะอาด ในแต่ละวัน เราต้องพบเจอกับมลภาวะต่าง ๆ มากมาย ทั้งฝุ่นละออง ควันต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องสำอางที่ละลายไปพร้อมกับความร้อนและเหงื่อ การล้างหน้าก่อนนอนจึงมีควาสำคัญอย่างยิ่ง และควรพิถีพิถันเป็นพิเศษ สาว ๆ บางคนล้างแบบขอไปที ใช้แค่โฟมอย่างเดียว บอกเลยว่าแค่นี้ยังไม่เพียงพอต่อการทำความสะอาดแน่นอน 6.แปรงแต่งหน้าไม่สะอาด และนี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้สาว ๆ ยังไม่มีผิวหน้าที่สวยใสไร้สิว บางคนใช้แปรงแต่งหน้าคู่กับเครื่องสำอางมาเป็นปีในแบบที่ไม่เคยล้างทำความสะอาดเลย ซึ่งก็ทำให้เกิดสิ่งสกปรกหมักหมมอยู่ภายใน เมื่อเอามาแต่งหน้า ก็จะมาพร้อมกับผื่นหรือสิวเม็ดใหญ่ ๆ ใครที่รู้ตัวว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ ก็ควรเลิกทำได้แล้วถ้าอยากให้ผิวสดใส เพราะต่อให้อยู่ในห้องแอร์ประจำ หรือซื้อเครื่องสำอางดีขนาดไหนก็เอาไม่อยู่ ถ้าไม่เริ่มจากการแก้ที่ตัวเองก่อน    


อุปกรณ์สำหรับแต่งหน้า


  1. พัฟตบแป้ง ใช้พัฟฟ์แต้มแป้งฝุ่นแล้วนำมากดซับบนใบหน้า สามารถใช้มันทุกครั้งที่แป้งบนใบหน้าลบเลือน และยังใช้ได้ดีกับบริเวณที่ลงเครื่องสำอางหนักเกินไป เช่น แก้มแดง หรือ อายแชโดว์สีเข้มเกินไป พัฟจะช่วยทำให้สีอ่อนลงได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้พัฟเติมแป้งให้หน้าดูเนียนขึ้นได้อีกด้วย 2. ฟองน้ำสำหรับ เกลี่ยรองพื้น หากต้องการลงรองพื้นแบบเบาบาง ให้ใช้ฟองน้ำเกลี่ย แต่หากต้องการการปกปิดแบบหนาให้ใช้นิ้วมือในการเกลี่ย หลายคนชอบใช้พัฟในการเกลี่ยรองพื้น แต่รู้ไหมว่า ควรใช้ฟองน้ำที่มีฟองอากาศ ค่อย ๆ เกลี่ยรองพื้นบนใบหน้า จะทำให้หน้าดูเนียนเรียบกว่า แถมไม่เปลืองรองพื้นอีกด้วย เพราะฟองน้ำจะไม่ซับเนื้อรองพื้นเหมือนพัฟ 3. พู่กัน คอนซีลเลอร์ ใช่แต้มสำหรับปกปิดริ้วรอยบนใบหน้า เพียงแค่แต้มมันลงในบริเวณที่ต้องการปกปิดเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ เกลี่ยเบา ๆ ด้วยพู่กันคอนซีลเลอร์ โดยพยายามอย่าลงน้ำหนักแรง เพราะจะทำให้เนื้อคอนซีลเลอร์บนใบหน้าบางลง และไม่สามารถปกปิดรอยด่างดำนั้นได้ 4. พู่กัน ฟองน้ำ อันนี้จำเป็นมาก เพราะเอาไว้ใช้สำหรับเกลี่ยอายแชโดว์ บนเปลือกตา เพื่อให้เรียบเนียน 5. พู่กัน อายไลเนอร์ พู่กันขนาดเล็กนี้ใช้ในการลงสีอายไลเนอร์ทั้งขอบตาบนและขอบตาล่าง ถ้าจะสะดวกก็ใช้แบบปากกา ที่ทำให้เขียนง่าย 6.ที่ดัด ขนตา ที่ดัดขนตาสำหรับคนที่ไม่ใส่ขนตาปลอม ที่จะทำให้ดวงตาโดดเด่นสวยงาม เริ่มต้นด้วยการดัดขนตาก่อน โดยดัดเป็น 3 จังหวะหรือ โคนขนตา กึ่งกลางขนตา และสุดท้ายให้ดัดที่ปลายขนตา 7.แปรงปัดขนคิ้ว และขนตา แปรงจะช่วยหวีขนตาไม่ให้มาสคาราจับตัวกันเป็นก้อน ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และแปรงปัดขนคิ้ว จะทำให้คิ้วดูเป็นระเบียบสวยงาม 8.พู่กันทาปาก หากใช้แค่ลิปกลอสก็คงจะไม่จำเป็นนัก แต่หากต้องใช้ลิปสติกเพิ่มสีสันให้เรียวปากแล้ว พู่กันทาปากถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญ 9.สำลีแผ่น ในการเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้า สำลีแผ่นสามารถใช้ได้ดีในเรื่องของการชุบโทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดใบหน้า 10.คอตตอนบัด จำเป็นและจำเป็นมาก ๆะ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ลบรอยเปื้อนของเครื่องสำอางเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อย่างไม่ยากเย็น 11.ขนตาปลอม สำหรับผู้ที่มีขนตาไม่ยาว แต่อยากจะมีดวงตาที่สวยงาม


เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้า


                               เมื่อเทรองพื้นออกมาจากขวดแล้ว อย่าเพิ่งลงบนผิวหน้าทันที ให้คุณ วอร์มรองพื้นให้อุ่นบนปลายนิ้วก่อน แล้วค่อยลูบไล้ให้ทั่วใบหน้า ทำแบบนี้จะช่วยให้รองพื้นเนียนเรียบสม่ำเสมอมากขึ้นไม่น้อย เริ่มด้วยการแต้มครีมรองพื้น 5 จุด บริเวณหน้าผาก จมูก แก้ม 2 ข้าง และคาง เกลี่ยให้ทั่วใบหน้าจนเนียนเรียบ เคล็ดลับที่จะทำให้อายแชโดว์ติดทนนานขึ้นคือ ให้ ทาเปลือกตา ด้วยรองพื้นบางๆ ก่อนแล้วค่อยลงอายแชโดว์ รับรองเห็นผล นอกจากนี้ต้องระวังเรื่องแป้งฝุ่น หน่อย เพราะคุณ หลายคนก็ใช้ร่วมกับรองพื้น อย่าให้ไปเปรอะเลอะบนเปลือกตาก่อนทาอายแชโดว์ มิเช่นนั้นทายังไงก็ไม่มีทาง ทาเรียบได้ ขั้นตอนการปัดมาสคาร่าโดยทั่วไปก็จะอยู่หลังจากการทาอายแชโดว์ เริ่มต้นด้วยการดัดขนตาก่อน การปัดขนตาบน ให้มองต่ำและใช้มาสคาค่าปัดจากโคนขนตาออกมา ให้ปัดซ้ำอีกครั้ง หากต้องการให้ขนตาดูงอนหนามากขึ้น สีลิปสติกที่ใช้ควรเป็นสีเีดียวกับดินสอเขียนขอบปากเพื่อให้เกลี่ยได้กลมกลืนเป็นธรรมชาติ ใช้พู่กันทาปากทางลิปสติกเติมภายในขอบปากที่วาดไว บลัชออน ที่สำหรับทาแก้ม ให้เป็นสีเลือดฝาดขึ้นหน้า โทนสีชมพู่ ที่ทำให้ใบหน้า สวยใสเหมือนสาวแรกแย้ม