สิวที่ก้น จัดการได้ด้วย 6 วิธีง่ายๆ


ปัญหาเรื่องสิว เป็นปัญหาที่สาว ๆ มักไม่อยากพบเจออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะขึ้นตามบริเวณหน้า หรือบริเวณหลัง ซึ่งบางครั้งอาจจะลามไปถึงบริเวณก้นด้วย ยิ่งถ้าขึ้นบ่อย ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดแผลเป็นด้วย จะใส่บิกินี่ก็เต็มไปด้วยรอยด่างดำจากสิว ซึ่งปัญหาของการเกิดสิวบริเวณก้นนี้ มักจะเกิดจากความชื้น หรือความสกปรก รวมทั้งการล้างผงซักฟอกออกไม่หมด จึงขอแนะนำวิธีรักษาสิวที่ก้นดังต่อไปนี้ 1.สุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญ อย่างที่กล่าวไปแล้วในเบื้องต้นว่า การจะเกิดสิวที่ก้น ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากความชื้น และการหมักหมมของความสกปรก ยิ่งถ้าสาวคนไหนชอบเล่นกีฬา ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเกิดสิวมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจึงควรดูแลสุขอนามัยของตัวเองให้สะอาดอยู่เสมอ ควรใช้สบู่ที่สามารถฆ่าเชื้อหรือทำความสะอาดได้อย่างหมดจด เพื่อทำความสะอาดความมันส่วนเกิน และลดการเกิดสิว 2.ยาทาสิวก็ใช้ได้ หากเป็นสิวที่ก้น แล้วไม่รู้จะจัดการอย่างไร บอกเลยว่ายาทาสิวที่เอามาใช้สำหรับทาหน้า ก็สามารถเอามาทาบริเวณก้นได้เช่นกัน ยิ่งถ้าได้เลือกยาทาสิวที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิกหรือเบนโซอิล เปอร์ออกไซด์มาใช้ ก็ยิ่งจะทำให้สิวที่ก้นหายเร็วแบบไม่ทิ้งรอยด่างดำไว้ด้วย 3.สครับขัดผิว เพราะการอาบน้ำชำระล้างร่างกายเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการทำความสะอาดร่างกายได้ โดยเฉพาะบริเวณก้นที่หลาย ๆ คนมักจะมองข้ามไป เพราะฉะนั้นจึงควรหาเวลาสครับผิวด้วยเกลือหรือใช้กากกาแฟขัดผิว เพราะสูตรกากกาแฟขัดผิวนั้นจะช่วยดีท็อกซ์ผิวในตัวด้วยนั่นเอง โดยควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และห้ามลืมสครับบริเวณก้นโดยเด็ดขาด เพื่อชำระล้างคราบเหงื่อไคล และกำจัดเซลล์ผิวเก่าให้เรียบเนียน 4.เสื้อผ้าไม่ควรคับแน่นจนเกินไป หากรู้ตัวว่าเป็นคนที่เหงื่อชอบออกบริเวณบั้นท้ายหรือก้น ก็ควรเลือกผ้าโปร่งระบายอากาศได้ง่าย ๆ ในการสวมใส่ หรือควรเปลี่ยนชุดชั้นในบ่อย ๆ โดยชุดชั้นในไม่ควรรัดแน่นจนเกินไป เพราะนอกจากทำให้เกิดสิวแล้ว ยังทำให้เกิดรอยต่าง ๆ ที่เจ็บปวดและคันอีกด้วย นอกจากนี้ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ประจำเดือนมา ก็ยิ่งต้องดูแลความสะอาดมากขึ้น 5.รักษาด้วยวิธีทางธรรมชาติ เมื่อรู้ตัวว่าเป็นสิวบริเวณก้นแล้ว ก็ลองใช้วิธีรักษาสิวทางธรรมชาติด้วยการเอาแอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือน้ำมะนาวมาทาบริเวณก้นทิ้งไว้ก่อนอาบน้ำสัก 30 นาที หรือจะลองใช้น้ำมันมะพร้าวทาทิ้งไว้ก็ได้ เพราะทั้ง 3 อย่างนี้ สามรถกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 6.ไม่ทานอาหารที่อมน้ำมันหรือของทอด เพราะอาหารประเภทอมน้ำมัน และประเภททอด เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวตามร่างกาย ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ก้น และถ้าหากเป็นไปได้ ก็ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เป็นประจำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวตลอดเวลา และนี่คือวิธีกำจัดสิวที่ก้นแบบง่าย ๆ ที่สามารถเอาไปทำตามได้ไม่ยาก ใครที่ชอบไปเที่ยวทะเลแล้วเจอปัญหานี้อยู่ สามารถลองทำตามได้เลย รับรองว่าเห็นผลอย่างแน่นอน


เคล็ดลับกินอาหารรักษาสิว บอกลาสิวให้ไกลเพื่อผิวใสปิ๊ง


ผู้หญิงหลายคนไม่อยากมีปัญหาผิวหน้าด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะปัญหาสิว และหากมีสิวขึ้นหน้า เราก็พร้อมแล้วค่ะที่จะช่วยคุณสาวๆ รักษาสิวให้หายเร็วด้วยวิธีธรรมชาตินั่นก็คือ การกินอาหารรักษาสิวนั่นเอง แถมยังช่วยให้สุขภาพแข็งแรงไปพร้อมกันด้วย ไปดูกันนะคะว่าต้องกินยังไงบ้าง กินผักให้มากๆ โดยเฉพาะผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์และวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ หลายชนิด ผักใบเขียวนั้นล้วนมีคุณประโยชน์ต่อผิวอย่างมาก โดยจะช่วยในการต่อต้านสิว ลดริ้วรอย ลดการอักเสบของผิว และช่วยให้ผิวหนังทนทานต่อแดดได้มากขึ้น ดื่มน้ำเปล่าผสมน้ำมะนาว เปลี่ยนจากน้ำเปล่าธรรมดามาเป็นการบีบน้ำมะนาวเพิ่มเข้าไปบ้างสิคะ เพราะจะช่วยในการดีท็อกซ์สารพิษในร่างกาย ส่งผลดีต่อผิวพรรณ โดยเฉพาะกับตับที่จะคอยทำหน้าที่ในการขับล้างสารพิษออกไปจากร่างกาย ซึ่งหากระบบการทำงานภายในร่างกายเป็นไปด้วยดี ก็ย่อมส่งผลดีมายังร่างกายภายนอกด้วย แน่นอนค่ะว่าสิวก็จะลดลงและหายเร็ว กินไขมันโอเมก้า 3 การกินอาหารที่มีไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะการกินปลาสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง จะช่วยให้ร่างกายได้รับกรดไขมันที่มีประโยชน์ กรดชนิดนี้จะช่วยต้านการอักเสบ ช่วยบำรุงเซลล์ให้แข็งแรง บรรเทาอาการอักเสบของสิว และสามารถช่วยสร้างฮอร์โมนอารมณ์ดี จึงส่งผลทำให้ผิวพรรณผุดผ่องและสดใสเปล่งปลั่ง ปัญหาสิวก็จะลดลงเร็วนั่นเอง หากไม่สะดวกกินปลาจะหันมากินอาหารเสริมน้ำมันปลาแทนก็ได้ค่ะ ลดการกินของหวาน อาหารรสหวานหรือแม้แต่ขนมและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทุกชนิด เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะแปรสภาพกลายเป็นกรด ส่งผลทำให้เซลล์เกิดความอักเสบได้ง่ายและยังส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนได้อีกด้วย ยิ่งหากรสหวานมีปริมาณมากด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้อินซูลินหลั่งออกมามากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นฮอร์โมนชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะฮอร์โมนแห่งความเครียด และเมื่อเราเครียดก็จะยิ่งรู้สึกอยากกินแต่ของหวานๆ จนทำให้เกิดปัญหาสิวตามมา แถมสิวที่เป็นอยู่ก็จะยิ่งหายช้าด้วย ลดการกินแป้ง อาหารที่เป็นแป้งหรืออาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาล เมื่อร่างกายย่อยสลายแล้วจะยิ่งส่งผลทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แนะนำให้ลดการกินแป้งลงดีกว่า หรืออาจจะหันมากินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่างข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีมหรือธัญพืชแทนจะดีกว่า เพราะเป็นแป้งที่ย่อยสลายช้ากว่า และไม่มีผลกระทบต่อการเพิ่มของระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย อยากให้สิวหายเร็ว สาวๆ จากนี้ไปจะต้องกินอาหารรักษาสิวตามนี้นะคะ เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสิวได้ในแบบธรรมชาติแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย


แค่ล้างหน้าถูกวิธีก็ช่วยลดสิวอย่างได้ผล


การล้างหน้าเพื่อทำความสะอาดผิว จัดเป็นการดูแลผิวในขั้นตอนแรกของสาวๆ เลยก็ว่าได้ หากขั้นตอนนี้ทำได้ไม่ดีพอ หรือทำไม่ถูกวิธี โอกาสที่จะทำให้เกิดสิวนั้นง่ายมากๆ เพราะหลังจากการล้างหน้า สิ่งที่จะตามมาก็คือ การแต่งหน้า ซึ่งเครื่องสำอางที่ใช้ก็เยอะมากขึ้นอยู่ว่าแต่ละคนสะดวกแบบไหน วันนี้เราได้นำวิธีล้างหน้าที่ถูกวิธี เพื่อที่ไม่ทำให้ใบหน้าของสาวๆ เกิดสิวได้ง่ายมาฝาก และหากใครที่มีสิวอยู่บนใบหน้าอยู่แล้ว หากล้างหน้าได้ถูกวิธี โอกาสในการลดสิวก็มีมากขึ้นอีกด้วย สำหรับขั้นตอนของการล้างหน้าที่ถูกวิธีก็มีดังนี้ 1.ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด การจะล้างหน้าให้สะอาด น้ำที่ใช้ก็ย่อมต้องสะอาดด้วยเช่นกัน และที่สำคัญควรเป็นน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อน ไม่อุ่น และไม่เย็น เหตุผลที่สาวๆ ต้องใส่ใจเรื่องน้ำที่จะทำความสะอาดใบหน้า ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวแห้งหรือเกิดการระคายเคืองนั่นเอง เพราะน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องจะมีส่วนช่วยในการคงความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า และยังช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้ดีอีกด้วย 2.เลือกใช้โฟมล้างหน้าสูตรรักษาสิว สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องสิวอยู่ แนะนำให้เลือกใช้โฟมล้างหน้าสูตรรักษาสิวโดยเฉพาะ เพราะสูตรนี้จะมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการสิวที่กำลังอักเสบได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาสิวได้เร็วขึ้น ซึ่งการใช้โฟมล้างหน้าสูตรรักษาสิวดีกว่าโฟมล้างหน้าสูตรทั่วไปในกรณีที่สาวๆ กำลังเผชิญกับปัญหาสิวอยู่ 3.ควรล้างหน้าเบาๆ คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเคยล้างหน้าและถูหน้าแรงๆ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกออกไปได้หมดจด แต่พฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ ซึ่งหากใบหน้าของสาวๆ กำลังมีปัญหาเรื่องสิวอยู่ ก็จะยิ่งทำให้สิวอักเสบยิ่งขึ้น การรักษาก็จะยิ่งใช้เวลานาน ดังนั้นหันมาล้างหน้าให้ถูกวิธี โดยการล้างหน้าแต่เพียงเบาๆ ใช้ปลายนิ้วมือนวดหน้าอย่างเบามือ แค่นี้ก็ช่วยให้ใบหน้าสะอาดขึ้นได้แล้ว 4.ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ใครที่คิดว่าล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้ใบหน้าสะอาดมากขึ้น ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ เพราะจะทำให้สมดุลของผิวเปลี่ยนแปลงไป และยิ่งจะทำให้ผิวหน้าแห้งมากขึ้น เมื่อผิวแห้งมากๆ ก็จะผลิตน้ำมันออกมาแบบอัตโนมัติ ทำให้ใบหน้ามีปัญหาเรื่องผิวมัน เมื่อผิวมันก็จะทำให้เกิดปัญหาสิวได้ง่ายขึ้น อยากให้ผิวหน้าสวยใสไร้สิว เพียงล้างหน้าให้ถูกวิธีตามคำแนะนำจากนี้ รับรองเลยค่ะว่าสาวๆ จะมีหน้าใสไร้สิวมาเยือนแน่นอน


พอกันที 6 พฤติกรรมทำร้ายผิว เลิกซะถ้าไม่อยากหมดสวย


ไม่ว่าใครก็อยากมีผิวหน้าและมีผิวกายกระจ่างใส เปล่งปลั่งกันทั้งนั้น บางคนถึงขั้นไปหาซื้อเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงผิวราคาแพงๆ มาใช้ แต่ก็ยังไม่ได้ผลน่าพึงพอใจเท่าที่ควร บางคนถึงขั้นโทษดินฟ้าอากาศของประเทศไทย ที่ทำลายสภาพผิวแม้จะบำรุงแล้วก็ตาม ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหลายพฤติกรรมที่สามารถทำลายผิวเราได้โดยไม่รู้ตัวนอกจากปัจจัยภายนอกอื่น ๆ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง 1.สครับผิวบ่อย ถึงแม้ว่าการทำสครับผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าจนทำให้ผิวเรียบเนียนและเปล่งประกายสดใสมากยิ่งขึ้น แต่ก็ควรทำแค่ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น ไม่ใช่ทำทุกวันเช้าเย็น เพราะอาจจำให้ผิวหน้าและผิวกายบางลงจากเดิม เมื่อออกมาเจอสิ่งสกปรกก็อาจเกิดการระคายเคืองจนเป็นผื่นได้ 2.สมาร์ทโฟนสกปรก เป็นถึงอวัยวะชิ้นที่ 33 แต่กลับไม่ดูแลรักษาความสะอาด ปล่อยให้โทรศัพท์เป็นคราบมันและเลอะสิ่งสกปรกเต็มไปหมด เมื่อเอามาโดนผิว หรือสัมผัสกับใบหน้าของเราตอนพูดคุยโทรศัพท์ ก็จะทำให้เกิดความสกปรกตามไปด้วย 3.ชอบอาบน้ำอุ่น หลาย ๆ คนมักจะบอกว่า การอาบน้ำอุ่นทำให้เกิดการผ่อนคลายและสบายตัว ยิ่งถ้าช่วงหนาว ๆ และได้อาบน้ำอุ่นเปรียบได้กับการขึ้นสวรรค์เลย แต่รู้หรือไม่ว่าหากอาบบ่อย ๆ จะทำให้ผิวแห้งกร้าน ถึงขั้นลอกเป็นขุย และทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้อีกด้วย 4.ไม่เปลี่ยนเครื่องนอน ปัญหานี้มักจะเกิดกับสาว ๆ ที่ออกแนวซกมกหรือไม่ค่อยมีเวลา จนละเลยที่จะเปลี่ยนชุดเครื่องนอนที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค แบคทีเรีย และคราบน้ำลายบูดของเรา เมื่อเอาหน้าหรือตัวไปซุก ก็จะทำให้เกิดผื่นคันจากสิ่งสกปรก ยิ่งรายไหนมีอาการแพ้มาก ๆ อาจถึงขั้นต้องไปพบแพทย์กันเลยทีเดียว 5.ล้างหน้าไม่สะอาด ในแต่ละวัน เราต้องพบเจอกับมลภาวะต่าง ๆ มากมาย ทั้งฝุ่นละออง ควันต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องสำอางที่ละลายไปพร้อมกับความร้อนและเหงื่อ การล้างหน้าก่อนนอนจึงมีควาสำคัญอย่างยิ่ง และควรพิถีพิถันเป็นพิเศษ สาว ๆ บางคนล้างแบบขอไปที ใช้แค่โฟมอย่างเดียว บอกเลยว่าแค่นี้ยังไม่เพียงพอต่อการทำความสะอาดแน่นอน 6.แปรงแต่งหน้าไม่สะอาด และนี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้สาว ๆ ยังไม่มีผิวหน้าที่สวยใสไร้สิว บางคนใช้แปรงแต่งหน้าคู่กับเครื่องสำอางมาเป็นปีในแบบที่ไม่เคยล้างทำความสะอาดเลย ซึ่งก็ทำให้เกิดสิ่งสกปรกหมักหมมอยู่ภายใน เมื่อเอามาแต่งหน้า ก็จะมาพร้อมกับผื่นหรือสิวเม็ดใหญ่ ๆ ใครที่รู้ตัวว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ ก็ควรเลิกทำได้แล้วถ้าอยากให้ผิวสดใส เพราะต่อให้อยู่ในห้องแอร์ประจำ หรือซื้อเครื่องสำอางดีขนาดไหนก็เอาไม่อยู่ ถ้าไม่เริ่มจากการแก้ที่ตัวเองก่อน    


5 วิธีรับมือปัญหาสิว เคลียร์ผิวให้เป๊ะดั่งใจ


“สิว” เม็ดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นตามใบหน้า แม้จะไม่ใช่โรคที่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ก็สร้างปัญหาให้ผู้ที่เป็นสิวได้ไม่น้อยเลย เพราะทำให้ความรู้สึกมั่นใจลดน้อยลงมากทีเดียว วิธีรักษาสิวนั้นก็มีอยู่มากมายหลากหลายวิธี เช่น การซื้อยารักษาสิวที่มีวางจำหน่ายตามร้านขายยามาใช้ หรือหากเป็นมากก็อาจต้องเข้ารับการรักษาที่สถาบันเสริมความงามซึ่งก็มีเปิดให้บริการอยู่ทั่วไป แต่ทางที่ดีควรหาวิธีป้องกันเอาไว้ก่อนดีกว่าเพื่อไม่ให้ปัญหาสิวลุกลามออกไป ซึ่งเราก็มีวิธีรับมือกับปัญหาสิว มาแนะนำกันดังต่อไปนี้ 1.อย่าใช้มือสัมผัสใบหน้า ใครที่มีปัญหาสิว ไม่ควรที่จะใช้มือสัมผัสใบหน้า และทุกครั้งก่อนที่จะแต่งหน้าควรที่จะล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง เนื่องจาก เวลาที่คุณใช้มือจับสัมผัสใบหน้า เชื้อโรคหรือแบคทีเรียที่อยู่ตามบริเวณฝ่ามือก็จะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ หรือทำให้เกิดการแพร่กระจายของสิวมากขึ้น หากใครที่อยากมีผิวสวยใสไร้สิว จึงไม่ควรที่จะใช้มือสัมผัสใบหน้าเป็นอันขาด 2.ล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง สาว ๆ สามารถที่จะปกป้องผิวหน้าสวย ๆ ไม่ให้สิวมาเยือนด้วยการหมั่นดูแลทำความสะอาดผิวหน้าอยู่เสมอ โดยล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ด้วยน้ำอุ่นและใช้คลีนเซอร์สูตรที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า เนื่องจากหากเป็นสูตรที่มีความเข้มข้น ก็จะเกิดการระคายเคืองต่อผิว และอาจส่งผลให้เกิดสิวตามมาในที่สุด 3.ระวังการใช้เครื่องสำอาง สำหรับสาว ๆ ที่เป็นสิวง่าย ควรเพิ่มความระวังในการเลือกใช้เครื่องสำอางให้มากขึ้น เพราะบางชนิดก็อาจทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดสิวตามมานั่นเอง โดยเวลาเลือกซื้อเครื่องสำอางควรเลือกชนิดที่ระบุไว้ว่า “ Non-comedogenic ” เพราะจะช่วยป้องกันการอุดตันที่บริเวณรูขุมขนได้ 4.เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้สาว ๆ ดูมีผิวสวยสุขภาพดีได้ก็คือการทานอาหาร ซึ่งสำหรับสาว ๆ ที่เป็นสิวพึงหลีกเลี่ยงของมันของหวานทั้งหลาย แล้วหันมาทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพแทนจะดีกว่า โดยเฉพาะพวกผักผลไม้ โปรตีน และกรดไขมัน โอเมก้า-3 5.ไม่เครียด มีผลการศึกษาพบว่าความเครียดกับสิวมีความสัมพันธ์กัน โดยเฉพาะในวัยผู้ใหญ่ เมื่อ เรามีอาการเครียด จะส่งผลให้ฮอร์โมนแปรปรวน ทำให้น้ำมันบริเวณผิวหนังถูกผลิตออกมามากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวตามมานั่นเอง ใครที่กำลังกลุ้มใจกับปัญหาสิวอยู่ตอนนี้ ลองนำวิธีดังกล่าวข้างต้นที่ได้แนะนำไปเอาไปปรับใช้ ควบคู่กับการรักษาด้วยการใช้ยาดูนะ รับประกันได้ว่าจะช่วยให้ปัญหาสิวลดลงได้และช่วยให้ผิวสวยใสขึ้นได้อย่างแน่นอน


ไขข้อข้องใจ คนท้องฉีดสิวได้ไหม?


เป็นที่รู้กันดีว่าในขณะตั้งครรภ์ การที่คุณแม่จะทำอะไรนั้นจะต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ นั่นก็เพราะอาจส่งผลกระทบไปสู่ลูกน้อยในครรภ์ได้นั่นเอง ดังนั้นหลายคนจึงมีคำถามเข้ามาว่าแล้วการฉีดสิวล่ะ คนท้องสามารถทำได้ไหม ซึ่งเราก็จะพาคุณไปไขคำตอบกัน การรักษาสิวในคนท้อง การรักษาสิว หลายคนอาจมองว่าไม่น่าจะมีผลต่อทารกในครรภ์ได้ แต่รู้ไหมว่านั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะยารักษาสิวส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นยาฉีดหรือยากิน ล้วนมีกรดวิตามินเอและเรตินอยด์เป็นส่วนผสม ซึ่งก็เป็นสารที่จะเข้าไปทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ และอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ทารกที่คลอดออกมามีความผิดปกติหรือพิการได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการจะรักษาสิวด้วยวิธีใดในขณะตั้งครรภ์ จึงควรปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อน เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง ส่วนในคนที่วางแผนจะมีลูกแต่กำลังอยู่ในช่วงรักษาสิว แพทย์แนะนำให้คุมกำเนิดอย่างน้อย 1 เดือนก่อนใช้ยารักษาสิว และควรหยุดใช้ยาให้ครบ 1 เดือนก่อนปล่อยให้ตั้งครรภ์นั่นเอง การรักษาสิวด้วยการฉีด คนท้องทำได้ไหม? จากที่ทราบกันแล้วว่าการรักษาสิวด้วยการใช้ยาทาหรือยากินในขณะท้องจะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ แต่สำหรับการใช้วิธีการฉีดนั้นยังไม่มีรายงานว่าส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์แต่อย่างใด เพราะการฉีดจะใช้ยาสเตียรอยด์และยาชาเป็นหลัก ทั้งยังเป็นการฉีดเพื่อลดการอักเสบของสิวเพื่อให้สิวยุบลงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความแน่ใจควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนดีกว่า ว่าจะสามารถฉีดยารักษาสิวได้หรือไม่ ทรินน่ารู้ รักษาสิวอย่างปลอดภัยสำหรับคนท้อง แม้ว่าการใช้ยารักษาสิวในคนท้องจะมีความเสี่ยงเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีการรักษาสิวซะทีเดียว โดยสามารถทำได้ด้วยวิธีทำธรรมชาตินั่นเอง เช่น ล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ และพยายามเลี่ยงการแกะ เกาหรือใช้มือสัมผัสสิว เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบและลุกลามไปอีก ใช้สูตรรักษาสิวจากธรรมชาติ ซึ่งพืชสมุนไพรที่สามารถรักษาสิวได้ก็มีหลายชนิด เช่น ใบบัวบก หอมแดง กระเทียม มะขามเปียกและมะนาว เป็นต้น สรุปแล้วการฉีดสิวในคนท้องนั้นสามารถทำได้ เพียงแต่เพื่อความมั่นใจควรปรึกษาแพทย์โดยตรงก่อนตัดสินใจฉีดสิวจะดีกว่า หรือถ้าให้ดี แนะนำให้เลือกใช้วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ เพราะปลอดภัย 100% แน่นอน แถมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายราคาแพงในการรักษาสิวอีกด้วย ใครที่เป็นสิวในขณะตั้งครรภ์ก็ลองพิจารณากันดู


สูตรเด็ด รักษาสิวด้วยมะเฟือง ดีแค่ไหนต้องลอง


หลายคนคงจะเคยได้ยินมาว่า มะเฟือง ผลไม้หน้าตาประหลาดที่มี 5 แฉก และมีรสเปรี้ยวอมหวานสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาสิวได้ ซึ่งปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงผิวหน้าหลายชนิดที่ทำมาจากมะเฟือง ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น เพราะมะเฟืองอุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน A วิตามิน C วิตามิน B รวมไปถึงสังกะสี (Zinc) ที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณทั้งนั้น เราจึงได้รวบรวมสูตรหน้าใสจากมะเฟืองมาให้ได้ทดลองใช้กันดู 1.น้ำหมักมะเฟือง ฟังดูอาจจะรู้สึกประหลาดสักนิด แต่น้ำหมักสูตรนี้เป็นสูตรหน้าใสที่ได้รับการการันตีจากผู้ใช้หลายคนในเรื่องของการรักษาสิว เพียงแค่เอามะเฟืองสดประมาณ 3 กิโลกรัม มาล้างให้สะอาดแล้วหันเป็นแว่น ผสมกับน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม และน้ำสะอาด 5 ลิตร ใส่ไว้ในถังหมักที่ปิดสนิทจนอากาศไม่สามารถเข้าได้ ทิ้งไว้เพียง 1-3 เดือนเท่านั้น แล้วนำมากรองด้วยผ้าขาวบาง ก็จะได้น้ำหมักที่มีสีเหมือนน้ำผึ้ง เมื่อต้องการใช้ก็แค่เอาน้ำหมักนี้มาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า หรือบริเวณที่เกิดสิวเพียง 20 นาทีแล้วล้างออก ก็จะทำให้สิวยุบลงอย่างชัดเจน 2.มะเฟือง + มะนาว มะนาวก็เป็นส่วนผสมสำคัญในสูตรหน้าใสหลายสูตร ไม่เว้นแม้กระทั่งผสมร่วมกับมะเฟือง เพียงแค่เอมะเฟืองสดมาปอกแล้วสับให้ละเอียด (ถ้าขี้เกียจสามารถใช้เครื่องปั่นได้) เสร็จแล้วเอามาผสมกับน้ำมะนาวคั้นสด หรือจะบีบมะนาวใส่ลงไปตรง ๆ เลยก็ได้เหมือนกัน จากนั้นก็เอามาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก็จะช่วยลดสิวอักเสบ และถ้าหากทำบ่อย ๆ หรือทำเป็นประจำก็จะช่วยลดจุดด่างดำ และรอยแดงที่เกิดจากสิวอีกด้วย 3.มะเฟือง + ดินสอพอง แต่ถ้าใครไม่ชอบความแสบร้อนจากมะนาว ก็สามารถเอาดินสอพองมาผสมเป็นสูตรหน้าใสคู่กับมะเฟืองได้ โดยใช้วิธีเดียวกับมะนาว คือเอามะเฟืองสดมาปอกแล้วสับให้ละเอียด แล้วผสมกับดินสอพองละลายน้ำ 3-4 เม็ด จากนั้นให้พอกหน้าทิ้งไว้อย่างน้อย 20 นาทีแล้วล้างออก ซึ่งสูตรนี้เป็นสูตรหน้าใสที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่โบราณที่มีการบันทึกไว้มาจนถึงปัจจุบัน เพราะนอกจากจะลดสิวแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าดูกระชับกว่าเดิมด้วย และทั้งหมดนี้ คือสูตรหน้าใสจากมะเฟือง ที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าผลไม้หน้าตาประหลาดนี้ มีดีในเรื่องของการรักษาสิวไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อดังๆ เลย และวิธีทำก็ยังง่ายแสนง่ายอีกด้วย


ไม่เชื่อต้องลอง! 6 วิธีรักษาสิวให้หายเร็วใน 1 วัน


คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ถ้าหากในวันสำคัญ หรือในโอกาสพิเศษที่คุณกำลังจะไปเป็นจุดสนใจ แต่มีจุดให้น่าสนใจกว่า ก็คือสิวที่ขึ้นมาโดดเด่นบนใบหน้าของคุณนั่นเอง ถ้าหากเอาเครื่องสำอางปกปิดไปก่อน วันต่อมาก็อาจเกิดอาการอักเสบจนถึงขั้นบวมแดง และยังทิ้งรอยไว้ให้ดูต่างหน้าอีก เราจึงขอแนะนำสูตรหน้าใสเพื่อการรักษาสิวง่าย ๆ ภายใน 1 วัน ให้ลองนำมาใช้กัน 1.เจล/ครีม/ยาแต้มสิว สำหรับสูตรหน้าใสเพื่อการรักษาสิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงจะไม่พ้นในเรื่องของการใช้ยาแต้มสิว แต่ควรเลือกที่มีส่วนประกอบของเบนซิลเพอร์ออกไซด์ หรือซาลิซิลิกจะเห็นผลเร็วมากที่สุด เพราะมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย แต่อย่าแต้มมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองบนผิวหน้าบริเวณรอบ ๆ ได้ 2.แอสไพรินช่วยได้ อย่าเข้าใจผิดว่าเอามาทานแล้วจะหาย เพราะวิธีนำมาใช้เป็นสูตรหน้าใสเพื่อกำจัดสิว ก็คือเอาแอสไพรินมาบดเป็นผงให้ละเอียด ผสมน้ำสะอาดเพียงเล็กน้อยให้เหมือนครีม แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นสิว เนื่องจากแอสไพริน ประกอบไปด้วยกรดซาลิอะซิลิกที่มีฤทธิ์ในการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย เช่นเดียวกับยารักษาสิว จึงทำให้สามารถลดการอักเสบของสิวลงได้ 3.ยาสีฟันรักษาสิว วิธีนี้เป็นสูตรหน้าใสที่ค่อนข้างจะได้รับความนิยมในหมู่ดาราและนางแบบ เพราะหายไวจริง ๆ เพียงแค่เอายาสีมาแต้มบริเวณสิวทิ้งไว้เพียง 15-20 นาทีแล้วล้างออก แต่มีข้อพึงระวังว่ายาสีฟันที่นำมาใช้ ต้องเป็นแบบครีมสีขาวรสธรรมชาติเท่านั้นจึงจะได้ผลดีที่สุด หากนำแบบเจลมาใช้อาจเกิดการระคายเคืองที่ทำให้ผิวไหม้ได้ 4.น้ำผึ้งแต้มสิว รู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้งก็เป็นสูตรหน้าใสที่ได้รับความนิยมในการนำมารักษาสิว เพราะน้ำผึ้งเต็มไปด้วยสารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อผิวหน้า และยังต้านเชื้อแบคทีเรียได้นั่นเอง เพียงแค่นำน้ำผึ้งมาแต้มบนหัวสิวทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมงแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก็จะเห็นผลได้อย่างชัดเจน 5.น้ำมะนาวกำจัดสิว มีน้ำผึ้งแล้ว ก็ต้องมีมะนาวที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย จึงมักจะเป็นส่วนผสมสำคัญในการนำไปทำเป็นสูตรหน้าใสต่าง ๆ ลองเอาดินสอพองมาผสมกับน้ำมะนาวคั้นสด ๆ แล้วแต้มบริเวณหัวสิวทิ้งไว้ 1 คืน เช้ามาก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซึ่งถ้าหากโชคดีก็จะพบว่าหัวสิวจะหลุดออกมาพร้อมกับแป้งดินสอพองเลย 6.ใช้น้ำแข็งลูบหน้า ปิดท้านกันที่สูตรหน้าใสที่เป็นวิธีการทางธรรมชาติสุด ๆ คือการเอาน้ำแข็ง (ล้างน้ำให้สะอาด) มาประคบไว้บริเวณที่เกิดสิวเพียง 10-20 วินาที จะช่วยลดการบวมของสิว และช่วยลดอาการอักเสบลงได้ ใครที่กำลังมีปัญหากับเรื่องสิว ก็ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันดู รับรองว่าเห็นผลจริงอย่างแน่นอน และยังใช้งบประมาณที่ไม่แพงมากด้วย      


รวมสูตรลับความงามจากมะม่วงที่สาวๆ ไม่ควรพลาด


ปัจจุบันนี้ สาวๆ หลายคนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการบำรุงผิวหน้าและบำรุงผิวพรรณด้วยวิธีการทางธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการมาสก์หน้า การสครับผิว รวมไปถึงการบำรุงเส้นผม ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดี เพราะสมุนไพรและผลไม้ต่างๆ ในบ้านเรา มีประโยชน์ไม่แพ้ส่วนผสมทางเคมีเลย โดยเฉพาะมะม่วงสุก ผลไม้สีเหลืองรสชาติหอมหวาน มาดูกันเลยว่า เราสามารถนำมะม่วงมาใช้เพื่อความสวยความงามได้อย่างไรบ้าง ? สูตรหน้าใส เหตุที่เรียกว่าเป็นสูตรหน้าใสนั้น เนื่องจากมะม่วง มีส่วนผสมของวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีนที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวเสียให้กลับมาใสเป็นประกายดังเดิม รวมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ เพียงแค่เอามะม่วงสุกมาบดให้ละเอียด พอกไว้ให้ทั่วหน้าเป็นเวลา 30 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาดก็เรียบร้อยแล้ว สูตรมะม่วงกำจัดสิวหัวดำ เป็นสูตรหน้าใสที่น่าทดลองอีกสูตร เพียงแค่เอามะม่วงสุกบดหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับนมสดและน้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อนโตะ แล้วสครับให้ทั่วใบหน้าเป็นเวลา 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก็จะช่วยกำจัดสิวหัวดำ และเซลล์ผิวเก่า ทำให้หน้าขาวใสกระจ่างกว่าเดิม สูตรครีมนวดผม บำรุงหน้ากันแล้ว ก็ลองมาบำรุงผมกันดูบ้าง ด้วยการนำมะม่วงสุกบด 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับไข่แดง 1 ฟอง และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ ให้เนียนจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำไปหมักให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที จะทำให้ผมมีความนุ่มสลวย น่าสัมผัส และยังมีกลิ่นหอมของมะม่วงอ่อนๆ อีกด้วย สูตรมะม่วงกระชับริ้วรอย ในช่วงหน้าหนาว หากสาวๆ คนไหนมีปัญหากับผิวหน้าที่แห้งเป็นขุย จับตรงไหนก็เหมือนจะตกสะเก็ดอยู่ตลอดเวลาต้องลองสูตรนี้เลย เพียงแค่เอามะม่วงสุกบดผสมกับไข่ขาวดิบ 1 ฟอง ทาทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้า 20-30 นาที หรือจะรอจนกว่าไข่ขาวแห้งก็ได้ แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ใบหน้าจะมีความกระชับและเนียนนุ่มชุ่มชื้นมากกว่าเดิม สูตรมะม่วงปรับสภาพสีผิว สาวๆ คนไหนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หรือพึ่งจะกลับจากทะเลพร้อมรอยแดงที่ได้รับการแผดเผาจากแดดแล้วต้องการกลับสู่สภาพผิวเดิมให้เร็วที่สุด ให้เอามะม่วงสุกผสมกับนมสด หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แช่เย็นไว้สักพัก แล้วทาให้ทั่วตัวหรือใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วค่อยล้างออก จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมากระจ่างใสได้ในเวลาไม่นาน ใครที่ชอบซื้อมะม่วงสุกไว้แล้วทานไม่ทัน ก็สามารถเอามาประยุกต์ใช้เพื่อความสวยความงามกันได้ ลงทุนไม่กี่บาท แต่ความคุ้มค่าเทียบเท่าเครื่องสำอางแบรนด์ดังๆ ได้เลย  


เครื่องสำอางสำหรับมือใหม่หัดแต่ง


                       สาวๆ ส่วนใหญ่ที่เพิ่งเป็น มือใหม่หัดแต่งหน้า มักจะมีปัญหาการแต่งหน้าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นรองพื้นหนาเกินไป แก้มดูอมชมพูจนไม่เป็นธรรมชาติ หรือการเลือกใช้สีสันใน การแต่งหน้า ที่ไม่ค่อยเหมาะกับตัวเอง วันนี้เราจะพาคุณไปสนุกกับการแต่งหน้า ให้ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ขั้นตอนแต่งหน้าสำหรับมือใหม่ 1. เตรียมผิวให้พร้อม       โดยการล้างหน้าให้สะอาดด้วยสบู่อ่อนๆ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า 2. ลงคอนซีลเลอร์และรองพื้น โดยให้ใช้แปรงแตะคอนซีลเลอร์ เคาะเบาๆ เพื่อให้คอนซีลเลอร์กระจายตัว และไม่เกาะหนาจนเกินไป 3. ลงแป้งพัฟหรือแป้งฝุ่น หลังจากลงรองพื้นเสร็จแล้ว ควรปัดทับด้วยแป้งฝุ่นหรือแป้งตลับเบาๆ เพื่อให้รองพื้นเซ็ตตัว และเป็นผลให้เครื่องสำอางติดทนนานที่สุด 4. การเขียนคิ้ว เริ่มจากการเขียวคิ้วก่อนเป็นอันดับแรก โดยใช้ดินสอเขียนคิ้วร่างกรอบให้ได้รูปตามต้องการ 5. การแต่งตา    ดวงตาเป็นจุดที่สร้างเสน่ห์ให้กับใบหน้าได้อย่างน่ามองมากทีเดียว หากสาวๆ รู้จัก เทคนิคแต่งดวงตา 6. การปัดแก้มให้ชมพูสวยระเรื่อด้วยบลัชออน การปัดบลัชออนเบาๆ ลงบนโหนกแก้ม เพื่อให้ใบหน้าดูมีเลือดฝาดและดูอมชมพูจนใครๆ ก็ต้องหลงใหล 7. การเติมสีสันให้ริมฝีปากด้วยลิปสติก สุดท้ายที่จะขาดไม่ได้เลย ก็คือ การเติมสีสันให้กับริมฝีปากด้วยลิปสติก โดยให้เริ่มจากการทาลิปบาล์มก่อน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันริมฝีปากแห้งแตกจนทำให้ดูไม่เรียบเนียน จากนั้นทาลิปสติกที่ต้องการลงไป แต่หากต้องการให้ติดทนนานยิ่งขึ้น