พอกันที 6 พฤติกรรมทำร้ายผิว เลิกซะถ้าไม่อยากหมดสวย


ไม่ว่าใครก็อยากมีผิวหน้าและมีผิวกายกระจ่างใส เปล่งปลั่งกันทั้งนั้น บางคนถึงขั้นไปหาซื้อเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงผิวราคาแพงๆ มาใช้ แต่ก็ยังไม่ได้ผลน่าพึงพอใจเท่าที่ควร บางคนถึงขั้นโทษดินฟ้าอากาศของประเทศไทย ที่ทำลายสภาพผิวแม้จะบำรุงแล้วก็ตาม ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหลายพฤติกรรมที่สามารถทำลายผิวเราได้โดยไม่รู้ตัวนอกจากปัจจัยภายนอกอื่น ๆ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง 1.สครับผิวบ่อย ถึงแม้ว่าการทำสครับผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าจนทำให้ผิวเรียบเนียนและเปล่งประกายสดใสมากยิ่งขึ้น แต่ก็ควรทำแค่ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น ไม่ใช่ทำทุกวันเช้าเย็น เพราะอาจจำให้ผิวหน้าและผิวกายบางลงจากเดิม เมื่อออกมาเจอสิ่งสกปรกก็อาจเกิดการระคายเคืองจนเป็นผื่นได้ 2.สมาร์ทโฟนสกปรก เป็นถึงอวัยวะชิ้นที่ 33 แต่กลับไม่ดูแลรักษาความสะอาด ปล่อยให้โทรศัพท์เป็นคราบมันและเลอะสิ่งสกปรกเต็มไปหมด เมื่อเอามาโดนผิว หรือสัมผัสกับใบหน้าของเราตอนพูดคุยโทรศัพท์ ก็จะทำให้เกิดความสกปรกตามไปด้วย 3.ชอบอาบน้ำอุ่น หลาย ๆ คนมักจะบอกว่า การอาบน้ำอุ่นทำให้เกิดการผ่อนคลายและสบายตัว ยิ่งถ้าช่วงหนาว ๆ และได้อาบน้ำอุ่นเปรียบได้กับการขึ้นสวรรค์เลย แต่รู้หรือไม่ว่าหากอาบบ่อย ๆ จะทำให้ผิวแห้งกร้าน ถึงขั้นลอกเป็นขุย และทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้อีกด้วย 4.ไม่เปลี่ยนเครื่องนอน ปัญหานี้มักจะเกิดกับสาว ๆ ที่ออกแนวซกมกหรือไม่ค่อยมีเวลา จนละเลยที่จะเปลี่ยนชุดเครื่องนอนที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค แบคทีเรีย และคราบน้ำลายบูดของเรา เมื่อเอาหน้าหรือตัวไปซุก ก็จะทำให้เกิดผื่นคันจากสิ่งสกปรก ยิ่งรายไหนมีอาการแพ้มาก ๆ อาจถึงขั้นต้องไปพบแพทย์กันเลยทีเดียว 5.ล้างหน้าไม่สะอาด ในแต่ละวัน เราต้องพบเจอกับมลภาวะต่าง ๆ มากมาย ทั้งฝุ่นละออง ควันต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องสำอางที่ละลายไปพร้อมกับความร้อนและเหงื่อ การล้างหน้าก่อนนอนจึงมีควาสำคัญอย่างยิ่ง และควรพิถีพิถันเป็นพิเศษ สาว ๆ บางคนล้างแบบขอไปที ใช้แค่โฟมอย่างเดียว บอกเลยว่าแค่นี้ยังไม่เพียงพอต่อการทำความสะอาดแน่นอน 6.แปรงแต่งหน้าไม่สะอาด และนี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้สาว ๆ ยังไม่มีผิวหน้าที่สวยใสไร้สิว บางคนใช้แปรงแต่งหน้าคู่กับเครื่องสำอางมาเป็นปีในแบบที่ไม่เคยล้างทำความสะอาดเลย ซึ่งก็ทำให้เกิดสิ่งสกปรกหมักหมมอยู่ภายใน เมื่อเอามาแต่งหน้า ก็จะมาพร้อมกับผื่นหรือสิวเม็ดใหญ่ ๆ ใครที่รู้ตัวว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ ก็ควรเลิกทำได้แล้วถ้าอยากให้ผิวสดใส เพราะต่อให้อยู่ในห้องแอร์ประจำ หรือซื้อเครื่องสำอางดีขนาดไหนก็เอาไม่อยู่ ถ้าไม่เริ่มจากการแก้ที่ตัวเองก่อน    


เทคนิคการเขียนตา การเขียนคิ้ว


สำหรับคุณสาว ๆ คนไหนที่กำลังเป็นมือใหม่หัดเขียนคิ้ว และเขียนตา  เรามีขั้นตอนง่ายๆมาฝาก เพราะคิ้ว และตานั้นเปรียบเสมือนมงกุฎของใบหน้า ดังนั้นการแต่งหน้าจะสวยหรือไม่สวยก็ขึ้นอยู่กับการเขียนคิ้ว และตานี่แหละค่ะ แต่ทั้งนี้สำหรับคุณสาว ๆ มือใหม่ทั้งหลายก็ไม่ต้องกังวลใจกันไปค่ะ การเขียนตา 1.รูปตาชิด เกลี่ยที่ทาตาสีอ่อนจากขอบตาจนถึงคิ้ว ทาที่ทาตาสีเข้มที่มุมด้านนอกของ ดวงตาจากขอบตา ถึงโหนกคิ้ว สีเข้มที่สุดควรอยู่บริเวณที่ขอบตา และเกลี่ยให้กลมกลืน ไปจนถึงโหนกคิ้ว ใช้ดินสอเขียบขอบตาเขียนขอบตาด้านบนและด้านล่าง สำหรับด้านบนให้ยกปลายหางตาขึ้น เส้นบริเวณมุมหัวตาด้านในจะต้องเรียวบางและค่อยๆ หนาขึ้นที่มุมตาด้านนอก ปัดมาสคาร่า และปัดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ที่ขนตาด้านนอกเพื่อเน้นให้เด่นกว่ามุมหัวตาด้านใน 2.การแต่งหน้า รูปตาห่าง เกลี่ยที่ทาตาสีอ่อนจากขอบตาถึงคิ้ว ทาครีมรองพื้นสีเข้มทีีมุมหัวตาด้านในจากขอบตาถึงโหนกคิ้ว สีเข้มที่สุดควรอยู่ที่บริเวณขอบตา และเกลี่ยให้กลมกลืนไปจนถึงโหนกคิ้ว ใช้ดินสอเขียนขอบตาเขียนขอบตาด้านบนและด้านล่าง เส้นบริเวณมุมหัวตาด้านในจะต้ิองหนาและค่อยๆ บางลงตรงมุมตาด้านนอก ปัดมาสคาร่า และปัดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ที่หัวตาด้านในเพื่อเน้นให้เด่นกว่ามุมตาด้านนอก 3.การแต่งหน้า รูปตาลึก เกลี่ยที่ทาตาสีอ่อนจากขอบตาจนถึงคิ้ว ทาที่ทาตาสีกลางบริเวณรอยพับของเปลือกตาไปจนถึงโหนกคิ้ว และเกลี่ยให้เรียบ ใช้ดินสอเขียบขอบตาสีกลางเขียนขอบตาด้านบน โดยเริ่มจากมุมหัวตาด้านในไปจนถึงมุมตาด้านนอก เขียนขอบตาด้านล่างและเกลี่ยให้เรียบ ปัดมาสคาร่า และปัดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ที่ขนตาด้านนอก 4.รูปตาเล็ก เกลี่ยที่ทาตาสีอ่อนจากขอบตาจนถึงคิ้ว เลือกเฉดสีที่อ่อนกว่าสีผิวเล็กน้อย ทาที่ทาตาสีกลางบริเวณชั้นตา เกลี่ยขึ้นไปจนถึงโหนกคิ้ว ใช้ดินสอเขียนขอบตาเขียนขอบตาด้านบนเรื่อยไปจนถึงขอบตาด้านนอก เขียนขอบตาล่างด้วยสีกลางเป็นเส้นบางๆ และเกลี่ยให้เรียบ ปัดมาสคาร่า 2 ครั้ง 5.การแต่งหน้า รูปตากลม เกลี่ยที่ทาตาสีกลางจากขอบตาจนถึงคิ้ว เพื่อลดความกลมโตของดวงตา ให้ทาขอบตาด้านล่างด้วยที่ทาตาสีกลาง หรือสีเข้ม และค่อยๆ เกลี่ยขึ้นด้านบน ทาที่ทาตาสีกลางบริเวณเปลือกตา โดยเริ่มจากบริเวณ 1/3 ของมุมตาด้านนอก ค่อยๆ ทแยงมุมขึ้นข้างบนและเกลี่ยเข้าข้างใน เกลี่ยให้กลมกลืนบริเวณโหนกคิ้ว เกลี่ยให้กลมกลืนไปจนถึงโหนกคิ้ว ใช้ดินสอเขียนขอบตาเขียนที่ขอบตาด้านบน ค่อยๆ ทแยงมุมขึ้นไปจนถึงมุมตาด้านนอก เขียนขอบตาด้านล่างและเกลี่ยให้เรียบ ปัดมาสคาร่า และปัดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 บริเวณมุมตาด้านนอก   การเขียนคิ้ว           คิ้ว คือเป็นส่วนที่สำคัญมากของใบหน้า ต่อให้ไม่ทำอะไรเลย แต่เขียนคิ้วสวยได้รูปซะอย่าง ก็ช่วยให้ใบหน้าโดยรวมของเราดูดีขึ้นได้ในพริบตาค่ะ 1.สาวหน้ารูปไข่ วิธีเขียนคิ้ว : ไม่ควรเน้นคิ้วที่เป็นเหลี่ยมมุมหรือเรียวโก่งจนเกินไป เพราะจะทำให้ดูสูงอายุขึ้นโดยไม่จำเป็น ควรเขียนคิ้วกลางๆ ไม่หนาหรือบางมาก และให้สันคิ้วมีความโค้งมน จะเหมาะกับสาวหน้ารูปไข่มากที่สุดค่ะ 2.สาวรูปหน้ายาว วิธีเขียนคิ้ว : ไม่ควรกันคิ้วให้เรียวโก่ง เพราะจะยิ่งทำให้หน้ายาวขึ้นไปอีก แต่ควรเขียนคิ้วให้ดูตรง มีมิติเล็กน้อย ไม่ต้องถึงขนาดตรงแบบไม้บรรทัดนะคะ จากนั้นจึงค่อยถอนขนคิ้วหรือกันคิ้วตามแนวที่เขียนไว้ เพื่อให้นึกภาพง่ายๆ คิ้วตรงแบบสาวเกาหลีนั่นล่ะค่ะ ใช่เลย เหมาะกับสาวรูปหน้ายาวเป็นที่สุด 3.สาวรูปหน้ากลม วิธีเขียนคิ้ว : ควรให้สันคิ้วดูโก่งเล็กน้อย และเห็นมุมโก่งชัดเจน ควรหลีกเลี่ยงคิ้วโค้งๆ หรือตรงเกินไปจนไม่มีมุมชัดเจน เพราะจะยิ่งทำให้หน้าดูกว้างออกไปอีกนะคะ 4.สาวรูปหน้าเหลี่ยม วิธีเขียนคิ้ว : ควรเน้นเรียวคิ้วที่โค้งมนและโก่งเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เส้นโค้งเบรคความเหลี่ยมของใบหน้าลง ทำให้ใบหน้าดูอ่อนหวานนุ่มนวลขึ้น และควรหลีกเลี่ยงคิ้วประเภทโก่งสูงชัน เส้นเรียวชัดเปรี๊ยะเพราะจะทำให้ใบหน้าดูดุเกินไปค่ะ 5.สาวหน้ารูปหัวใจ วิธีเขียนคิ้ว : เขียนคิ้วให้โค้ง แต่ไม่เน้นสูง ความโค้งจะช่วยบาลานซ์กับคางแหลม ในขณะที่คิ้วมนๆ และมีระดับใกล้ตาไม่สูงเกินจะทำให้หน้าผากไม่เป็นจุดสนใจจนเกินไป 6.สาวหน้ารูปเพชร วิธีเขียนคิ้ว : เขียนคิ้วให้สันคิ้วดูสูงและโค้งมน จุดสูงสุดของคิ้วจะช่วยดึงสายตา ให้ดูเหมือนว่าช่วงขมับมีความยาวลดลงได้