สิวที่ก้น จัดการได้ด้วย 6 วิธีง่ายๆ


ปัญหาเรื่องสิว เป็นปัญหาที่สาว ๆ มักไม่อยากพบเจออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะขึ้นตามบริเวณหน้า หรือบริเวณหลัง ซึ่งบางครั้งอาจจะลามไปถึงบริเวณก้นด้วย ยิ่งถ้าขึ้นบ่อย ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดแผลเป็นด้วย จะใส่บิกินี่ก็เต็มไปด้วยรอยด่างดำจากสิว ซึ่งปัญหาของการเกิดสิวบริเวณก้นนี้ มักจะเกิดจากความชื้น หรือความสกปรก รวมทั้งการล้างผงซักฟอกออกไม่หมด จึงขอแนะนำวิธีรักษาสิวที่ก้นดังต่อไปนี้ 1.สุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญ อย่างที่กล่าวไปแล้วในเบื้องต้นว่า การจะเกิดสิวที่ก้น ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากความชื้น และการหมักหมมของความสกปรก ยิ่งถ้าสาวคนไหนชอบเล่นกีฬา ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเกิดสิวมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจึงควรดูแลสุขอนามัยของตัวเองให้สะอาดอยู่เสมอ ควรใช้สบู่ที่สามารถฆ่าเชื้อหรือทำความสะอาดได้อย่างหมดจด เพื่อทำความสะอาดความมันส่วนเกิน และลดการเกิดสิว 2.ยาทาสิวก็ใช้ได้ หากเป็นสิวที่ก้น แล้วไม่รู้จะจัดการอย่างไร บอกเลยว่ายาทาสิวที่เอามาใช้สำหรับทาหน้า ก็สามารถเอามาทาบริเวณก้นได้เช่นกัน ยิ่งถ้าได้เลือกยาทาสิวที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิกหรือเบนโซอิล เปอร์ออกไซด์มาใช้ ก็ยิ่งจะทำให้สิวที่ก้นหายเร็วแบบไม่ทิ้งรอยด่างดำไว้ด้วย 3.สครับขัดผิว เพราะการอาบน้ำชำระล้างร่างกายเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการทำความสะอาดร่างกายได้ โดยเฉพาะบริเวณก้นที่หลาย ๆ คนมักจะมองข้ามไป เพราะฉะนั้นจึงควรหาเวลาสครับผิวด้วยเกลือหรือใช้กากกาแฟขัดผิว เพราะสูตรกากกาแฟขัดผิวนั้นจะช่วยดีท็อกซ์ผิวในตัวด้วยนั่นเอง โดยควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และห้ามลืมสครับบริเวณก้นโดยเด็ดขาด เพื่อชำระล้างคราบเหงื่อไคล และกำจัดเซลล์ผิวเก่าให้เรียบเนียน 4.เสื้อผ้าไม่ควรคับแน่นจนเกินไป หากรู้ตัวว่าเป็นคนที่เหงื่อชอบออกบริเวณบั้นท้ายหรือก้น ก็ควรเลือกผ้าโปร่งระบายอากาศได้ง่าย ๆ ในการสวมใส่ หรือควรเปลี่ยนชุดชั้นในบ่อย ๆ โดยชุดชั้นในไม่ควรรัดแน่นจนเกินไป เพราะนอกจากทำให้เกิดสิวแล้ว ยังทำให้เกิดรอยต่าง ๆ ที่เจ็บปวดและคันอีกด้วย นอกจากนี้ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ประจำเดือนมา ก็ยิ่งต้องดูแลความสะอาดมากขึ้น 5.รักษาด้วยวิธีทางธรรมชาติ เมื่อรู้ตัวว่าเป็นสิวบริเวณก้นแล้ว ก็ลองใช้วิธีรักษาสิวทางธรรมชาติด้วยการเอาแอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือน้ำมะนาวมาทาบริเวณก้นทิ้งไว้ก่อนอาบน้ำสัก 30 นาที หรือจะลองใช้น้ำมันมะพร้าวทาทิ้งไว้ก็ได้ เพราะทั้ง 3 อย่างนี้ สามรถกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 6.ไม่ทานอาหารที่อมน้ำมันหรือของทอด เพราะอาหารประเภทอมน้ำมัน และประเภททอด เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวตามร่างกาย ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ก้น และถ้าหากเป็นไปได้ ก็ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เป็นประจำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวตลอดเวลา และนี่คือวิธีกำจัดสิวที่ก้นแบบง่าย ๆ ที่สามารถเอาไปทำตามได้ไม่ยาก ใครที่ชอบไปเที่ยวทะเลแล้วเจอปัญหานี้อยู่ สามารถลองทำตามได้เลย รับรองว่าเห็นผลอย่างแน่นอน


เคล็ดลับกินอาหารรักษาสิว บอกลาสิวให้ไกลเพื่อผิวใสปิ๊ง


ผู้หญิงหลายคนไม่อยากมีปัญหาผิวหน้าด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะปัญหาสิว และหากมีสิวขึ้นหน้า เราก็พร้อมแล้วค่ะที่จะช่วยคุณสาวๆ รักษาสิวให้หายเร็วด้วยวิธีธรรมชาตินั่นก็คือ การกินอาหารรักษาสิวนั่นเอง แถมยังช่วยให้สุขภาพแข็งแรงไปพร้อมกันด้วย ไปดูกันนะคะว่าต้องกินยังไงบ้าง กินผักให้มากๆ โดยเฉพาะผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์และวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ หลายชนิด ผักใบเขียวนั้นล้วนมีคุณประโยชน์ต่อผิวอย่างมาก โดยจะช่วยในการต่อต้านสิว ลดริ้วรอย ลดการอักเสบของผิว และช่วยให้ผิวหนังทนทานต่อแดดได้มากขึ้น ดื่มน้ำเปล่าผสมน้ำมะนาว เปลี่ยนจากน้ำเปล่าธรรมดามาเป็นการบีบน้ำมะนาวเพิ่มเข้าไปบ้างสิคะ เพราะจะช่วยในการดีท็อกซ์สารพิษในร่างกาย ส่งผลดีต่อผิวพรรณ โดยเฉพาะกับตับที่จะคอยทำหน้าที่ในการขับล้างสารพิษออกไปจากร่างกาย ซึ่งหากระบบการทำงานภายในร่างกายเป็นไปด้วยดี ก็ย่อมส่งผลดีมายังร่างกายภายนอกด้วย แน่นอนค่ะว่าสิวก็จะลดลงและหายเร็ว กินไขมันโอเมก้า 3 การกินอาหารที่มีไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะการกินปลาสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง จะช่วยให้ร่างกายได้รับกรดไขมันที่มีประโยชน์ กรดชนิดนี้จะช่วยต้านการอักเสบ ช่วยบำรุงเซลล์ให้แข็งแรง บรรเทาอาการอักเสบของสิว และสามารถช่วยสร้างฮอร์โมนอารมณ์ดี จึงส่งผลทำให้ผิวพรรณผุดผ่องและสดใสเปล่งปลั่ง ปัญหาสิวก็จะลดลงเร็วนั่นเอง หากไม่สะดวกกินปลาจะหันมากินอาหารเสริมน้ำมันปลาแทนก็ได้ค่ะ ลดการกินของหวาน อาหารรสหวานหรือแม้แต่ขนมและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทุกชนิด เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะแปรสภาพกลายเป็นกรด ส่งผลทำให้เซลล์เกิดความอักเสบได้ง่ายและยังส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนได้อีกด้วย ยิ่งหากรสหวานมีปริมาณมากด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้อินซูลินหลั่งออกมามากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นฮอร์โมนชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะฮอร์โมนแห่งความเครียด และเมื่อเราเครียดก็จะยิ่งรู้สึกอยากกินแต่ของหวานๆ จนทำให้เกิดปัญหาสิวตามมา แถมสิวที่เป็นอยู่ก็จะยิ่งหายช้าด้วย ลดการกินแป้ง อาหารที่เป็นแป้งหรืออาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาล เมื่อร่างกายย่อยสลายแล้วจะยิ่งส่งผลทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แนะนำให้ลดการกินแป้งลงดีกว่า หรืออาจจะหันมากินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่างข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีมหรือธัญพืชแทนจะดีกว่า เพราะเป็นแป้งที่ย่อยสลายช้ากว่า และไม่มีผลกระทบต่อการเพิ่มของระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย อยากให้สิวหายเร็ว สาวๆ จากนี้ไปจะต้องกินอาหารรักษาสิวตามนี้นะคะ เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสิวได้ในแบบธรรมชาติแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย


แค่ล้างหน้าถูกวิธีก็ช่วยลดสิวอย่างได้ผล


การล้างหน้าเพื่อทำความสะอาดผิว จัดเป็นการดูแลผิวในขั้นตอนแรกของสาวๆ เลยก็ว่าได้ หากขั้นตอนนี้ทำได้ไม่ดีพอ หรือทำไม่ถูกวิธี โอกาสที่จะทำให้เกิดสิวนั้นง่ายมากๆ เพราะหลังจากการล้างหน้า สิ่งที่จะตามมาก็คือ การแต่งหน้า ซึ่งเครื่องสำอางที่ใช้ก็เยอะมากขึ้นอยู่ว่าแต่ละคนสะดวกแบบไหน วันนี้เราได้นำวิธีล้างหน้าที่ถูกวิธี เพื่อที่ไม่ทำให้ใบหน้าของสาวๆ เกิดสิวได้ง่ายมาฝาก และหากใครที่มีสิวอยู่บนใบหน้าอยู่แล้ว หากล้างหน้าได้ถูกวิธี โอกาสในการลดสิวก็มีมากขึ้นอีกด้วย สำหรับขั้นตอนของการล้างหน้าที่ถูกวิธีก็มีดังนี้ 1.ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด การจะล้างหน้าให้สะอาด น้ำที่ใช้ก็ย่อมต้องสะอาดด้วยเช่นกัน และที่สำคัญควรเป็นน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อน ไม่อุ่น และไม่เย็น เหตุผลที่สาวๆ ต้องใส่ใจเรื่องน้ำที่จะทำความสะอาดใบหน้า ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวแห้งหรือเกิดการระคายเคืองนั่นเอง เพราะน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องจะมีส่วนช่วยในการคงความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า และยังช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้ดีอีกด้วย 2.เลือกใช้โฟมล้างหน้าสูตรรักษาสิว สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องสิวอยู่ แนะนำให้เลือกใช้โฟมล้างหน้าสูตรรักษาสิวโดยเฉพาะ เพราะสูตรนี้จะมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการสิวที่กำลังอักเสบได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาสิวได้เร็วขึ้น ซึ่งการใช้โฟมล้างหน้าสูตรรักษาสิวดีกว่าโฟมล้างหน้าสูตรทั่วไปในกรณีที่สาวๆ กำลังเผชิญกับปัญหาสิวอยู่ 3.ควรล้างหน้าเบาๆ คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเคยล้างหน้าและถูหน้าแรงๆ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกออกไปได้หมดจด แต่พฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ ซึ่งหากใบหน้าของสาวๆ กำลังมีปัญหาเรื่องสิวอยู่ ก็จะยิ่งทำให้สิวอักเสบยิ่งขึ้น การรักษาก็จะยิ่งใช้เวลานาน ดังนั้นหันมาล้างหน้าให้ถูกวิธี โดยการล้างหน้าแต่เพียงเบาๆ ใช้ปลายนิ้วมือนวดหน้าอย่างเบามือ แค่นี้ก็ช่วยให้ใบหน้าสะอาดขึ้นได้แล้ว 4.ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ใครที่คิดว่าล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้ใบหน้าสะอาดมากขึ้น ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ เพราะจะทำให้สมดุลของผิวเปลี่ยนแปลงไป และยิ่งจะทำให้ผิวหน้าแห้งมากขึ้น เมื่อผิวแห้งมากๆ ก็จะผลิตน้ำมันออกมาแบบอัตโนมัติ ทำให้ใบหน้ามีปัญหาเรื่องผิวมัน เมื่อผิวมันก็จะทำให้เกิดปัญหาสิวได้ง่ายขึ้น อยากให้ผิวหน้าสวยใสไร้สิว เพียงล้างหน้าให้ถูกวิธีตามคำแนะนำจากนี้ รับรองเลยค่ะว่าสาวๆ จะมีหน้าใสไร้สิวมาเยือนแน่นอน


5 วิธีรับมือปัญหาสิว เคลียร์ผิวให้เป๊ะดั่งใจ


“สิว” เม็ดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นตามใบหน้า แม้จะไม่ใช่โรคที่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ก็สร้างปัญหาให้ผู้ที่เป็นสิวได้ไม่น้อยเลย เพราะทำให้ความรู้สึกมั่นใจลดน้อยลงมากทีเดียว วิธีรักษาสิวนั้นก็มีอยู่มากมายหลากหลายวิธี เช่น การซื้อยารักษาสิวที่มีวางจำหน่ายตามร้านขายยามาใช้ หรือหากเป็นมากก็อาจต้องเข้ารับการรักษาที่สถาบันเสริมความงามซึ่งก็มีเปิดให้บริการอยู่ทั่วไป แต่ทางที่ดีควรหาวิธีป้องกันเอาไว้ก่อนดีกว่าเพื่อไม่ให้ปัญหาสิวลุกลามออกไป ซึ่งเราก็มีวิธีรับมือกับปัญหาสิว มาแนะนำกันดังต่อไปนี้ 1.อย่าใช้มือสัมผัสใบหน้า ใครที่มีปัญหาสิว ไม่ควรที่จะใช้มือสัมผัสใบหน้า และทุกครั้งก่อนที่จะแต่งหน้าควรที่จะล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง เนื่องจาก เวลาที่คุณใช้มือจับสัมผัสใบหน้า เชื้อโรคหรือแบคทีเรียที่อยู่ตามบริเวณฝ่ามือก็จะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ หรือทำให้เกิดการแพร่กระจายของสิวมากขึ้น หากใครที่อยากมีผิวสวยใสไร้สิว จึงไม่ควรที่จะใช้มือสัมผัสใบหน้าเป็นอันขาด 2.ล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง สาว ๆ สามารถที่จะปกป้องผิวหน้าสวย ๆ ไม่ให้สิวมาเยือนด้วยการหมั่นดูแลทำความสะอาดผิวหน้าอยู่เสมอ โดยล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ด้วยน้ำอุ่นและใช้คลีนเซอร์สูตรที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า เนื่องจากหากเป็นสูตรที่มีความเข้มข้น ก็จะเกิดการระคายเคืองต่อผิว และอาจส่งผลให้เกิดสิวตามมาในที่สุด 3.ระวังการใช้เครื่องสำอาง สำหรับสาว ๆ ที่เป็นสิวง่าย ควรเพิ่มความระวังในการเลือกใช้เครื่องสำอางให้มากขึ้น เพราะบางชนิดก็อาจทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดสิวตามมานั่นเอง โดยเวลาเลือกซื้อเครื่องสำอางควรเลือกชนิดที่ระบุไว้ว่า “ Non-comedogenic ” เพราะจะช่วยป้องกันการอุดตันที่บริเวณรูขุมขนได้ 4.เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้สาว ๆ ดูมีผิวสวยสุขภาพดีได้ก็คือการทานอาหาร ซึ่งสำหรับสาว ๆ ที่เป็นสิวพึงหลีกเลี่ยงของมันของหวานทั้งหลาย แล้วหันมาทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพแทนจะดีกว่า โดยเฉพาะพวกผักผลไม้ โปรตีน และกรดไขมัน โอเมก้า-3 5.ไม่เครียด มีผลการศึกษาพบว่าความเครียดกับสิวมีความสัมพันธ์กัน โดยเฉพาะในวัยผู้ใหญ่ เมื่อ เรามีอาการเครียด จะส่งผลให้ฮอร์โมนแปรปรวน ทำให้น้ำมันบริเวณผิวหนังถูกผลิตออกมามากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวตามมานั่นเอง ใครที่กำลังกลุ้มใจกับปัญหาสิวอยู่ตอนนี้ ลองนำวิธีดังกล่าวข้างต้นที่ได้แนะนำไปเอาไปปรับใช้ ควบคู่กับการรักษาด้วยการใช้ยาดูนะ รับประกันได้ว่าจะช่วยให้ปัญหาสิวลดลงได้และช่วยให้ผิวสวยใสขึ้นได้อย่างแน่นอน


ไขข้อข้องใจ คนท้องฉีดสิวได้ไหม?


เป็นที่รู้กันดีว่าในขณะตั้งครรภ์ การที่คุณแม่จะทำอะไรนั้นจะต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ นั่นก็เพราะอาจส่งผลกระทบไปสู่ลูกน้อยในครรภ์ได้นั่นเอง ดังนั้นหลายคนจึงมีคำถามเข้ามาว่าแล้วการฉีดสิวล่ะ คนท้องสามารถทำได้ไหม ซึ่งเราก็จะพาคุณไปไขคำตอบกัน การรักษาสิวในคนท้อง การรักษาสิว หลายคนอาจมองว่าไม่น่าจะมีผลต่อทารกในครรภ์ได้ แต่รู้ไหมว่านั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะยารักษาสิวส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นยาฉีดหรือยากิน ล้วนมีกรดวิตามินเอและเรตินอยด์เป็นส่วนผสม ซึ่งก็เป็นสารที่จะเข้าไปทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ และอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ทารกที่คลอดออกมามีความผิดปกติหรือพิการได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการจะรักษาสิวด้วยวิธีใดในขณะตั้งครรภ์ จึงควรปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อน เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง ส่วนในคนที่วางแผนจะมีลูกแต่กำลังอยู่ในช่วงรักษาสิว แพทย์แนะนำให้คุมกำเนิดอย่างน้อย 1 เดือนก่อนใช้ยารักษาสิว และควรหยุดใช้ยาให้ครบ 1 เดือนก่อนปล่อยให้ตั้งครรภ์นั่นเอง การรักษาสิวด้วยการฉีด คนท้องทำได้ไหม? จากที่ทราบกันแล้วว่าการรักษาสิวด้วยการใช้ยาทาหรือยากินในขณะท้องจะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ แต่สำหรับการใช้วิธีการฉีดนั้นยังไม่มีรายงานว่าส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์แต่อย่างใด เพราะการฉีดจะใช้ยาสเตียรอยด์และยาชาเป็นหลัก ทั้งยังเป็นการฉีดเพื่อลดการอักเสบของสิวเพื่อให้สิวยุบลงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความแน่ใจควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนดีกว่า ว่าจะสามารถฉีดยารักษาสิวได้หรือไม่ ทรินน่ารู้ รักษาสิวอย่างปลอดภัยสำหรับคนท้อง แม้ว่าการใช้ยารักษาสิวในคนท้องจะมีความเสี่ยงเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีการรักษาสิวซะทีเดียว โดยสามารถทำได้ด้วยวิธีทำธรรมชาตินั่นเอง เช่น ล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ และพยายามเลี่ยงการแกะ เกาหรือใช้มือสัมผัสสิว เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบและลุกลามไปอีก ใช้สูตรรักษาสิวจากธรรมชาติ ซึ่งพืชสมุนไพรที่สามารถรักษาสิวได้ก็มีหลายชนิด เช่น ใบบัวบก หอมแดง กระเทียม มะขามเปียกและมะนาว เป็นต้น สรุปแล้วการฉีดสิวในคนท้องนั้นสามารถทำได้ เพียงแต่เพื่อความมั่นใจควรปรึกษาแพทย์โดยตรงก่อนตัดสินใจฉีดสิวจะดีกว่า หรือถ้าให้ดี แนะนำให้เลือกใช้วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ เพราะปลอดภัย 100% แน่นอน แถมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายราคาแพงในการรักษาสิวอีกด้วย ใครที่เป็นสิวในขณะตั้งครรภ์ก็ลองพิจารณากันดู


ไม่เชื่อต้องลอง! 6 วิธีรักษาสิวให้หายเร็วใน 1 วัน


คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ถ้าหากในวันสำคัญ หรือในโอกาสพิเศษที่คุณกำลังจะไปเป็นจุดสนใจ แต่มีจุดให้น่าสนใจกว่า ก็คือสิวที่ขึ้นมาโดดเด่นบนใบหน้าของคุณนั่นเอง ถ้าหากเอาเครื่องสำอางปกปิดไปก่อน วันต่อมาก็อาจเกิดอาการอักเสบจนถึงขั้นบวมแดง และยังทิ้งรอยไว้ให้ดูต่างหน้าอีก เราจึงขอแนะนำสูตรหน้าใสเพื่อการรักษาสิวง่าย ๆ ภายใน 1 วัน ให้ลองนำมาใช้กัน 1.เจล/ครีม/ยาแต้มสิว สำหรับสูตรหน้าใสเพื่อการรักษาสิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงจะไม่พ้นในเรื่องของการใช้ยาแต้มสิว แต่ควรเลือกที่มีส่วนประกอบของเบนซิลเพอร์ออกไซด์ หรือซาลิซิลิกจะเห็นผลเร็วมากที่สุด เพราะมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย แต่อย่าแต้มมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองบนผิวหน้าบริเวณรอบ ๆ ได้ 2.แอสไพรินช่วยได้ อย่าเข้าใจผิดว่าเอามาทานแล้วจะหาย เพราะวิธีนำมาใช้เป็นสูตรหน้าใสเพื่อกำจัดสิว ก็คือเอาแอสไพรินมาบดเป็นผงให้ละเอียด ผสมน้ำสะอาดเพียงเล็กน้อยให้เหมือนครีม แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นสิว เนื่องจากแอสไพริน ประกอบไปด้วยกรดซาลิอะซิลิกที่มีฤทธิ์ในการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย เช่นเดียวกับยารักษาสิว จึงทำให้สามารถลดการอักเสบของสิวลงได้ 3.ยาสีฟันรักษาสิว วิธีนี้เป็นสูตรหน้าใสที่ค่อนข้างจะได้รับความนิยมในหมู่ดาราและนางแบบ เพราะหายไวจริง ๆ เพียงแค่เอายาสีมาแต้มบริเวณสิวทิ้งไว้เพียง 15-20 นาทีแล้วล้างออก แต่มีข้อพึงระวังว่ายาสีฟันที่นำมาใช้ ต้องเป็นแบบครีมสีขาวรสธรรมชาติเท่านั้นจึงจะได้ผลดีที่สุด หากนำแบบเจลมาใช้อาจเกิดการระคายเคืองที่ทำให้ผิวไหม้ได้ 4.น้ำผึ้งแต้มสิว รู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้งก็เป็นสูตรหน้าใสที่ได้รับความนิยมในการนำมารักษาสิว เพราะน้ำผึ้งเต็มไปด้วยสารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อผิวหน้า และยังต้านเชื้อแบคทีเรียได้นั่นเอง เพียงแค่นำน้ำผึ้งมาแต้มบนหัวสิวทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมงแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก็จะเห็นผลได้อย่างชัดเจน 5.น้ำมะนาวกำจัดสิว มีน้ำผึ้งแล้ว ก็ต้องมีมะนาวที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย จึงมักจะเป็นส่วนผสมสำคัญในการนำไปทำเป็นสูตรหน้าใสต่าง ๆ ลองเอาดินสอพองมาผสมกับน้ำมะนาวคั้นสด ๆ แล้วแต้มบริเวณหัวสิวทิ้งไว้ 1 คืน เช้ามาก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซึ่งถ้าหากโชคดีก็จะพบว่าหัวสิวจะหลุดออกมาพร้อมกับแป้งดินสอพองเลย 6.ใช้น้ำแข็งลูบหน้า ปิดท้านกันที่สูตรหน้าใสที่เป็นวิธีการทางธรรมชาติสุด ๆ คือการเอาน้ำแข็ง (ล้างน้ำให้สะอาด) มาประคบไว้บริเวณที่เกิดสิวเพียง 10-20 วินาที จะช่วยลดการบวมของสิว และช่วยลดอาการอักเสบลงได้ ใครที่กำลังมีปัญหากับเรื่องสิว ก็ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันดู รับรองว่าเห็นผลจริงอย่างแน่นอน และยังใช้งบประมาณที่ไม่แพงมากด้วย      


How to ทาลิปสีเข้มไล่เฉดแบบง่ายๆ 5 ขั้นตอน จบ!


เวลาทาลิปสีเดียวบางครั้งก็อาจจะทำให้ดูไม่ค่อยมีมิติเท่าไหร่ โดยเฉพาะสาวๆ ปากหนาและคนขอบปากคล้ำ เพราะอาจจะทาลิปแล้วกลบสีขอบปากไม่มิดจนดูแปลกๆ หรือทาลิปสีเดียวบนริมฝีปากหนาๆ แล้วดูเด่นเกินไปจนไม่สวย ไม่ยากเลยค่ะสาวๆ เราแค่ต้องใช้เทคนิคในการเลือกสีลิปสติกและการทาลิปแบบไล่เฉดนิดนึง โดยพยายามเลือกสีลิปที่ค่อนข้างเข้มและชัดเจนเข้าไว้ เน้นเอามาลงแค่ช่วงกลางปาก ส่วนขอบๆ ปากก็กลบด้วยคอนซีลเลอร์ และลงลิปสีอ่อนทับอีกที แค่นี้ก็ปากสวยมีมิติ ดูไม่บานเบอะแล้วล่ะจ้า 1.ลงคอนซีลเลอร์กลบขอบปาก และเบลนด์ด้วยแปรงหรือฟองน้ำ โดยเบลนด์เข้าด้านในเพื่อปรับสีริมฝีปากให้ทาลิปแล้วชัดขึ้น 2. ทาลิปสีพีชหรือสีอ่อนๆ เน้นที่ขอบปากและไม่ต้องลงกลางปากเยอะมากเพราะเดี๋ยวเราจะลงสีเข้มกันค่ะ 3. จากนั้นก็ใช้ลิปสีเข้มทาด้านในริมฝีปากเลยค่ะ 4. ใช้แปรงทาลิปเบลนด์เข้มออกมาให้กลมกลืนกับสีอ่อน เอานิ้วแตะๆ อีกครั้งให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่มีรอยต่อ 5. เก็บรอบขอบปากหรือรอยเลอะเทอะด้วยคอนซีลเลอร์ แค่นี้ก็สวยแล้วค่า! ง่ายสุดๆ


เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้า


                               เมื่อเทรองพื้นออกมาจากขวดแล้ว อย่าเพิ่งลงบนผิวหน้าทันที ให้คุณ วอร์มรองพื้นให้อุ่นบนปลายนิ้วก่อน แล้วค่อยลูบไล้ให้ทั่วใบหน้า ทำแบบนี้จะช่วยให้รองพื้นเนียนเรียบสม่ำเสมอมากขึ้นไม่น้อย เริ่มด้วยการแต้มครีมรองพื้น 5 จุด บริเวณหน้าผาก จมูก แก้ม 2 ข้าง และคาง เกลี่ยให้ทั่วใบหน้าจนเนียนเรียบ เคล็ดลับที่จะทำให้อายแชโดว์ติดทนนานขึ้นคือ ให้ ทาเปลือกตา ด้วยรองพื้นบางๆ ก่อนแล้วค่อยลงอายแชโดว์ รับรองเห็นผล นอกจากนี้ต้องระวังเรื่องแป้งฝุ่น หน่อย เพราะคุณ หลายคนก็ใช้ร่วมกับรองพื้น อย่าให้ไปเปรอะเลอะบนเปลือกตาก่อนทาอายแชโดว์ มิเช่นนั้นทายังไงก็ไม่มีทาง ทาเรียบได้ ขั้นตอนการปัดมาสคาร่าโดยทั่วไปก็จะอยู่หลังจากการทาอายแชโดว์ เริ่มต้นด้วยการดัดขนตาก่อน การปัดขนตาบน ให้มองต่ำและใช้มาสคาค่าปัดจากโคนขนตาออกมา ให้ปัดซ้ำอีกครั้ง หากต้องการให้ขนตาดูงอนหนามากขึ้น สีลิปสติกที่ใช้ควรเป็นสีเีดียวกับดินสอเขียนขอบปากเพื่อให้เกลี่ยได้กลมกลืนเป็นธรรมชาติ ใช้พู่กันทาปากทางลิปสติกเติมภายในขอบปากที่วาดไว บลัชออน ที่สำหรับทาแก้ม ให้เป็นสีเลือดฝาดขึ้นหน้า โทนสีชมพู่ ที่ทำให้ใบหน้า สวยใสเหมือนสาวแรกแย้ม